บีโอไอหนุนนวัตกรรมอาหารผ่านสารเติมแต่งกลิ่นรส ยกระดับสู่ฮับอุตสาหกรรม “กลิ่น-รส” ระดับโลก


บีโอไอนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จ บริษัท โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่ง “โดห์เลอร์ กรุ๊ป” ผู้นำระดับโลกด้านส่วนผสมอาหารจากประเทศเยอรมนีได้ตัดสินใจเข้ามาร่วมทุน ด้วยเล็งเห็นศักยภาพของผู้ประกอบการไทยที่เติบโตจากการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบเกษตรสู่สารเติมแต่งกลิ่นรส โดยพัฒนาโรงงานในประเทศไทยที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ให้เป็นฐานการผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนาสำคัญของกลุ่มโดห์เลอร์ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมยกระดับสู่การเป็นฐานการผลิตและสร้างนวัตกรรมของภูมิภาค สนับสนุนวัตถุดิบไทย ตอบโจทย์ตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ (ที่ 3 จากซ้าย) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารบริษัท โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ (ที่ 3 จากซ้าย) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารบริษัท โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสารแต่งกลิ่นรสอาหาร (Food Flavors) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ตลาดมีมูลค่าประมาณ 16,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 26,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2577 โดยเติบโตเฉลี่ยราวร้อยละ 5.4 ต่อปี ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนตลาดประมาณร้อยละ 34 ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ที่ใชวัตถุดิบจากธรรมชาติ รวมถึงการพัฒนารสชาติใหม่ ๆ เพื่อรองรับแนวโน้มอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564–2568) มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) สิ่งปรุงแต่งอาหาร (Food Ingredient) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement) จำนวน 572 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 138,000 ล้านบาท

เมื่อเร็วๆ นี้ บีโอไอได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ซึ่งเดิมก่อตั้งภายใต้ชื่อ บริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้พัฒนานวัตกรรมการผลิตสารแต่งกลิ่นรสจากวัตถุดิบทางการเกษตรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยการสกัดกลิ่นจากวัตถุดิบทางธรรมชาติและสร้างสูตรจำลองกลิ่นตามที่ต้องการ (Bio Re-engineering) โดยบริษัทฯ ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในการวิจัยและพัฒนา และการผลิตสารเติมแต่งกลิ่นรส จนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนใจจาก “โดห์เลอร์ กรุ๊ป” ผู้นำระดับโลกด้านส่วนผสมอาหารจากประเทศเยอรมนี นำไปสู่การร่วมลงทุนและเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งพัฒนาโรงงานในประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนาสำคัญของกลุ่มโดห์เลอร์ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยทำเลที่ตั้ง ระบบนิเวศด้านอาหารและเครื่องดื่มที่แข็งแกร่ง และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ และสามารถขยายตลาดไปยังภูมิภาคอาเซียน โดยตั้งเป้าอนาคตเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็น 2 เท่า

ในโอกาสนี้ โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) ได้เปิด Lab วิจัยและพัฒนา ให้ผู้บริหารและทีมงานบีโอไอ รวมทั้งสื่อมวลชนได้เข้าชมความล้ำสมัยของเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมสารแต่งกลิ่นรสสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งนวัตกรรมสารแต่งกลิ่นรสของโดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) มีบทบาทสำคัญในสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-11 มากถึง 50 % สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของสารแต่งกลิ่นรสสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในภูมิภาคนี้

สำหรับ Know-how ที่ใช้ในการผลิตนวัตกรรมสารแต่งกลิ่นรสมาจาก Hub ทั่วโลก เช่น เยอรมนี จีน อินเดีย และออสเตรเลีย โดยบริษัทฯ ยินดีที่จะแบ่งปันความรู้ให้แก่ภาครัฐและสถาบันการศึกษาที่สนใจ

“ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจของคนไทยสามารถขยายฐานลูกค้า และเข้าถึงตลาดในต่างประเทศผ่านเครือข่ายของโดห์เลอร์ ซึ่งมีฐานลูกค้าครอบคลุมผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำทั่วโลก ขณะเดียวกัน การได้รับส่งเสริมจากบีโอไอ ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น วีซ่าระยะยาว (Long-Term Resident Visa: LTR) และใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่โดห์เลอร์ กรุ๊ป ในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและวิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน” นฤตม์ กล่าว

โดห์เลอร์ กรุ๊ป (Döhler Group) เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาและผลิตส่วนผสมอาหาร (Food Ingredient) และสารแต่งกลิ่นรสสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเยอรมนี มีเครือข่ายการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ประกอบด้วยโรงงานผลิตกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมฐานลูกค้ากว่า 160 ประเทศ โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมส่วนผสมอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น กลิ่น สี และสารสกัดจากพืช เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก