นักวิจัยไบโอเทคพัฒนาระบบนำส่งแอนติบอดีจำเพาะไวรัสเด็งกี่ ด้วยนาโนโพลิเมอร์ เน้นรักษาไข้เลือดออกแบบมุ่งเป้า


โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีมาตรการควบคุมโรคและระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็งในระดับประเทศ แต่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 ประเทศไทยยังคงเผชิญกับการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 74,000 รายภายในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราป่วยหลายร้อยรายต่อประชากรแสนคนในบางพื้นที่ และมีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องทุกปี โดยกลุ่มเด็กและวัยทำงานเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนลักษณะการระบาดตามฤดูกาลของโรคไข้เลือดออก ซึ่งมักเพิ่มสูงในช่วงฤดูฝนและสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการขยายพันธุ์ของยุงลาย โดยในแต่ละปีประเทศไทยต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการควบคุมโรค การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การรักษาพยาบาลผู้ป่วย รวมถึงการรณรงค์ด้านสาธารณสุขในระดับชุมชน

เชื้อไวรัส “เด็งกี่” ต้นเหตุสำคัญโรคไข้เลือดออก

สาเหตุสำคัญของโรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ (Dengue virus) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ และแพร่กระจายผ่านยุงลายเป็นพาหะสำคัญ ความซับซ้อนของเชื้อไวรัส รวมถึงการที่ยังไม่มียารักษาเฉพาะที่ออกฤทธิ์ต่อไวรัสโดยตรง ทำให้การรักษาในปัจจุบันยังคงเป็นการดูแลตามอาการเป็นหลัก ส่งผลให้การพัฒนาเทคโนโลยีรักษาแบบมุ่งเป้าและการควบคุมการเพิ่มจำนวนของไวรัสในร่างกายกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของงานวิจัยด้านการแพทย์

ใช้นาโนอนุภาคนำส่งแอนติบอดีตรงสู่เซลล์ติดเชื้อ ความหวังใหม่รักษาไข้เลือดออก

โครงการวิจัย “การนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีนของไวรัสเด็งกี่เข้าสู่เซลล์โดยใช้อนุภาคนาโนชนิดโพลีเมอร์” จึงเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาวิธีรักษาโรคไข้เลือดออกแบบมุ่งเป้า โดย ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เปิดเผยว่า เทคโนโลยีนี้ใช้อนุภาคนาโนห่อหุ้มแอนติบอดีเพื่อป้องกันการถูกทำลายนอกเซลล์ ก่อนนำส่งเข้าสู่เซลล์ที่ติดเชื้อโดยตรง เปรียบเสมือน “ม้าไม้เมืองทรอย” ที่พาสารรักษาเข้าไปจัดการไวรัสภายในเซลล์ ช่วยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง และเพิ่มความแม่นยำของการรักษา

ขณะนี้งานวิจัยยังอยู่ในระดับพิสูจน์แนวคิด (proof-of-concept) ในห้องปฏิบัติการ โดยผลทดลองพบว่าอนุภาคนาโนสามารถนำส่งแอนติบอดีเข้าสู่เซลล์ที่ติดเชื้อเด็งกี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสทั้งในและนอกเซลล์ ลดการติดเชื้อ และลดการตายของเซลล์ตับจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

“ในระยะต่อไป เราจะมุ่งศึกษากลไกการทำงานของเทคโนโลยีนี้อย่างละเอียด และขยับไปทดสอบในระบบที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าอาจใช้เวลาประมาณ 5 ปีก่อนจะพิจารณาต่อยอดสู่การทดลองในมนุษย์” ดร.ร่มฉัตร กล่าว

กุญแจหยุดเด็งกี่ในเซลล์ ระงับไวรัสไข้เลือดออก

ผศ.ดร.นิสา ปฏิการมณฑล นักวิจัยร่วมโครงการและอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โดยธรรมชาติแล้วแอนติบอดีมักไม่สามารถเข้าสู่ภายในเซลล์ได้ง่าย งานวิจัยนี้จึงพัฒนาอนุภาคนาโน ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็ก เพื่อช่วยพาแอนติบอดีเข้าสู่เซลล์ที่ติดเชื้อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป้าหมายสำคัญคือการลดจำนวนไวรัสในร่างกาย เนื่องจากเมื่อไวรัสเข้าสู่เซลล์แล้วจะเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายไปยังเซลล์อื่น ๆ การที่แอนติบอดีสามารถเข้าไปจับโปรตีนของไวรัสภายในเซลล์ได้ จะช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส ทำให้การสร้างไวรัสใหม่ลดลง และลดโอกาสการแพร่เชื้อต่อไปในร่างกาย

จากเด็งกี่สู่มะเร็ง ปูทางนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่

ผศ.ดร.นิสา กล่าวต่อว่า ในอนาคตหากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ อาจต่อยอดสู่การรักษาโรคติดเชื้ออื่นรวมถึงมะเร็งในอนาคต อีกทั้งยังช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ วางรากฐานเทคโนโลยีชีวการแพทย์ของไทย และลดการพึ่งพานวัตกรรมจากต่างประเทศ

โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก ANSO และดำเนินงานร่วมกับหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนความร่วมมือวิจัยระดับนานาชาติ พร้อมทั้งได้รับการคัดเลือกให้อยู่ภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้จริง และเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพของไทยในระยะยาว