บทสัมภาษณ์พิเศษ คุณกิจจา จํานงค์อาษา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท BE Petrothai Group และ คุณตาม จํานงค์อาษา หนึ่งในผู้บริหารชุดปัจจุบัน ที่สานต่อวิสัยทัศน์สู่ยุคดิจิทัล

กว่า 40 ปีแห่งวิสัยทัศน์ จากอดีตสู่อนาคต
กลุ่มบริษัท BE Petrothai Group เริ่มต้นปี พ.ศ.2522 ในช่วงที่มีการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้ก่อตั้ง ที่เล็งเห็นถึงความสําคัญของธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย เราจึงมุ่งมั่นที่จะ พัฒนาบุคคลากรให้มีความรู้ มีความสามารถทางด้านวิศวกรรมตามมาตรฐาน API เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ครบวงจร
คุณกิจจา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการพัฒนาองค์กร “สิ่งที่ผมให้ความสําคัญมาตลอด คือ ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และ ชุมชน ที่เราเกี่ยวข้องด้วย บนหลัก International Satisfaction Standard”
“ความแตกต่างของ BE Petrothai Group คือ ไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เรามุ่งเน้นที่ ’คุณค่าของงานวิศวกรรม Value Engineering’ ให้ความสำคัญกับการสร้างประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานและชุมชนที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนด เพราะ ณ เวลานั้น เทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรม Oil & Gas ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมใหม่ ที่ต้องการทั้งความรู้ และความปลอดภัยในระดับสูงสุดของประเทศ” คุณกิจจา กล่าว
หัวใจสําคัญของการนําเสนอเทคโนโลยีให้ลูกค้า คือ ความปลอดภัยสูงสุด

ในยุคที่ EEC (Eastern Economic Corridor) รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทำให้จังหวัด ระยองและชลบุรี มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด BE Petrothai Group ก็พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว
“เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา EEC โดยเฉพาะ ในระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่น” คุณตาม ยํ้าจุดยืน
ผู้ก่อตั้ง เล่าย้อนถึงประสบการณ์ ที่เปลี่ยนมุมมองธุรกิจ “ก่อน ปี พ.ศ. 2538 เกิดเหตุไฟไหม้ที่ โรงกลั่นน้ำมัน ผลการตรวจสอบจากเหตุการณ์พบว่า Ball Valve ที่มีมาตรฐาน API ผลิตโดย บริษัท 1st Tier นั้นยังคงสภาพดี ซึ่งช่วยป้องกันความเสียหายไม่ให้ลุกลามในวงกว้าง และสามารถจัดการดับเพลิง ได้ในเวลาที่เหมาะสม
ผลจากเหตุการณ์นี้ ทำให้บริษัทประกันภัยกำหนดให้ ธุรกิจ Oil & Gas พิจารณเลือกใช้เครื่องมือทางวิศวกรรมจากผู้ผลิตที่เป็น 1st Tier เพราะมี R&D ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงจากอุบัติภัยในการดำเนินธุรกิจ”
BE Petrothai Group จึงมุ่งมั่นคัดเลือกเทคโนโลยี 1st Tier ระดับโลก และได้รับความไว้วางใจให้เป็น ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมรับประกันประสิทธิภาพอุปกรณ์ (Performance Guarantee) จําหน่ายผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ได้มาตรฐาน API เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ Shutdown ที่ไม่คาดคิด ลดภาระค่าใช้จ่าย และรักษาการผลิตให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
“ด้วยความเข้าใจในอุตสาหกรรม Oil & Gas จึงให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของชุมชนเป็นอันดับแรก เรามุ่งมั่นดูแลการบริหารจัดการวงจรชีวิตของอุปกรณ์ที่จำหน่าย เริ่มตั้งแต่ใช้งาน ดูแลซ่อมแซม และบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องจนหมดอายุการใช้งาน” คุณกิจจา กล่าวทิ้งท้าย
การต่อยอดทางธุรกิจ คือ การบริการครบวงจร
นอกจากมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับ 1st Tier แล้ว กลุ่มบริษัท ยังมีบริการ Engineering Management Service ประกอบด้วย 3 บริการหลัก คือ Feasibility Study, Detailed Engineering, Project Execution เพื่อช่วยลูกค้ามั่นใจในการใช้อุปกรณ์ว่ามีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับเงินที่ได้ลงทุน

“ด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จำเป็นต้องมีมาตรฐานทางวิศวกรรม และสร้างความปลอดภัยในทุกกระบวนการทำงานและการผลิต เอกสารทางวิศวกรรมของอุปกรณ์ต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างมาก” คุณตาม กล่าว
นวัตกรรมล่าสุดที่ BE Petrothai Group ภูมิใจนําเสนอ คือ “ boonma ” platform – Digital Data Literacy หรือ ระบบดิจิตอลที่ใช้เก็บรวบรวมและเชื่อมต่อข้อมูลทางวิศวกรรม ที่สามารถส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการตกหล่นของข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อหน่วยการผลิตเล็กๆ ไปจนถึงกระบวนการผลิตทั้งโรงงานปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมี โดยผู้ดูแลโรงงาน (Plant Owner) นำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลไปวิเคราะห์ วางแผนการบำรุงรักษาที่เกิดประโยชน์สูงสุด (Maintenance Best Practice) ตลอดจนการบริหารจัดหาอะไหล่ (Inventory Management) เพื่อเตรียมการหยุดบำรุงรักษาใหญ่
ดังนั้น boonma จึงเป็นตัวช่วยเพิ่ม คุณค่าของงานวิศวกรรม (Value Engineering) ได้เป็นอย่างดี โดยผู้ดูแลโรงงานจะสามารถเลือกซื้อเฉพาะอะไหล่ที่จำเป็นเท่านั้น ทำให้ ‘ลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออะไหล่แบบเดิม ได้มากกว่า 60%’ หรือในบางอุปกรณ์ อาจลดการซื้ออะไหล่สำรองของอุปกรณ์จนเป็นศูนย์ (Zero Inventory) ทั้งยังรักษาคุณภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสร้างความปลอดภัยให้กับโรงงาน

จากรุ่นสู่รุ่น BE Petrothai Group ไม่เพียงสืบทอดความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตร เคมี แต่ยังต่อยอดด้วยนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
การยึดหลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG)
“เราสนับสนุนลูกค้าในการยกระดับประสิทธิภาพของโรงงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้สอดคล้องกับข้อตกลง COP ผ่านการเลือกใช้เทคโนโลยี Net Zero” คุณตาม กล่าว
สําหรับโรงงานที่มีอายุเกิน 20 ปี ซึ่งผ่านการคิดค่าเสื่อมราคาและคืนทุนแล้ว การลงทุนปรับปรุงเพื่อมุ่งสู่ Net Zero และเพิ่มประสิทธิภาพถือเป็นสิ่งคุ้มค่า
กลุ่มบริษัทได้เข้าร่วมโครงการ LESS ในการลดคาร์บอนเครดิตที่ใช้ในออฟฟิศ เช่น เปลี่ยนหลอดไฟ เป็น LED ใช้รถ EV มีการจัดการแยกขยะ และนําอุปกรณ์ที่ใช้งานเพียงครั้งเดียวมา Upcycle เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
“นอกจากนี้ เรายังมี Safety Manual สําหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้หรือจราจล การขับขี่อย่างปลอดภัย การสร้างความตระหนักรู้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อดูแลสมาชิกในองค์กร และมีแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน SHE (Safety, Health and Environment)”

BE Petrothai Group ให้ความสําคัญกับหลักธรรมาภิบาล (Governance) ผ่านมาตรฐานทั้งในประเทศ อย่าง CAC และต่างประเทศจาก TRACE เพื่อความโปร่งใส และยังประกาศเจตนารมณ์ การต่อต้าน คอร์รัปชันตามมาตรฐาน UN ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เพื่อเป็น Good Global Citizen อย่างแท้จริง” คุณตาม กล่าว
บทสรุป: การร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
คุณตาม กล่าวว่า “การร่วมสร้างอนาคตหมายถึงการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่าง boonma platform มาผสานกับข้อมูลที่สั่งสมมากว่า 40 ปี เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพอุปกรณ์ของโรงงาน ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด”
BE Petrothai Group จึงไม่ใช่เพียงธุรกิจที่ “สืบทอด” จากรุ่นสู่รุ่น แต่เป็นการ “ต่อยอด” วิสัยทัศน์ เป็น พันธมิตรนวัตกรรม เพื่อธุรกิจพลังงานไทย
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BE Petrothai Group › boonma | กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย

