สมาคม ATCI เผย10 องค์กรชั้นนำของไทยคว้ารางวัล ‘ASOCIO Award 2025’ ชูผลสำเร็จบริหารจัดการองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล


สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ฉลองความสำเร็จให้องค์กรไทยทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนนักเรียน และนักศึกษา ที่ได้รับรางวัล ‘ASOCIO Awards 2025’ และรางวัล ‘Asia Pacific ICT Alliance Awards (APICTA) 2025’ จาก เวทีระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุภัค ลายเลิศ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) กล่าวว่า ATCI (The Association of Thai ICT Industry) เป็นสมาคมผู้ประกอบการด้าน ICT ของไทย มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนให้เกิดการนำเทคโนโลยี ICT และ Digital มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในช่วงเวลา 30 กว่าปีที่ผ่านมา ATCI ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ICT ของไทย เช่น การผลักดันให้เกิดนโยบายและแผนพัฒนาด้าน ICT ของประเทศ การปรับปรุงกฎหมาย มาตรการภาษี และมาตรฐานด้าน ICT การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาความรู้และทักษะด้าน IT และ Digital ให้กับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมและบริการ การส่งเสริมอุตสาหกรรม ICT โดยเฉพาะ SME ของไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ในภูมิภาค รวมทั้งการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและประสานความร่วมมือกับองค์กรด้าน ICT ระหว่างประเทศ เช่น ASOCIO WITSA และ APICTA เป็นต้น

ในปีนี้ทางสมาคม ATCIยินดีอย่างยิ่งที่องค์ไทยทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ ASOCIO Awards 2025 จากสมาพันธ์ ASOCIO (Asian Oceanian Computing Industry Organization) ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติ ประกอบด้วยสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และบริการแห่งภาคพื้นเอเชีย-โอเชียเนีย เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการด้าน ICT จาก 24 เขตเศรษฐกิจ (ประเทศ) ทั่วเอเชียแปซิฟิก จาก ออสเตรเลีย ประเทศไทย บังคลาเทศ ภูฏาน เนปาล มาเก๊า ไต้หวัน ศรีลังกา เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา บรูไน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมา มองโกเลีย อินเดีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม

ในปีนี้ สมาพันธ์ ASOCIO ได้พิจารณาเห็นชอบให้มอบรางวัล ASOCIO Awards 2025 ให้กับองค์กรของประเทศไทยที่มีการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการใช้ดิจิทัลที่โดดเด่น มาบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ATCI ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ ASOCIO ขอแสดงความยินดีให้กับองค์กรไทยทั้ง 10 องค์กรที่ได้รับรางวัล ในแต่ละสาขา ดังนี้

“การแข่งขัน APICTA ถือเป็นเวทีสำคัญระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีเป้าหมายเพื่อเฟ้นหาผลงานเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพ และศักยภาพในระดับสากล โดยในปี 2025 มีผลงานจากประเทศสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 268 ผลงาน” สุภัค กล่าว

สำหรับประเทศไทยได้ส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขัน 19 รายการแข่งขัน จาก 13 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานผ่านการคัดเลือกจากเวทีระดับประเทศ Thailand ICT Awards (TICTA) โดยผลงานตัวแทนประเทศไทยสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น และคว้ารางวัลกลับมาได้รวมทั้งสิ้น 11 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล Winner จำนวน 3 รางวัล รางวัล First Runner-up จำนวน 5 รางวัล รางวัล Second Runner-up จำนวน 1 รางวัล และรางวัล Merit จำนวน 2 รางวัล

ทั้งนี้ได้จัดพิธีรับมอบรางวัลดังกล่าวในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ Sheraton Grand Taipei Hotel กรุงไทเป ไต้หวัน ระหว่างการประชุม ASOCIO Digital Summit 2025 ในวันที่ 10-12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

นอกจากรางวัล ASOCIO Awards 2025 แล้ว ทางสมาคม ATCI ยังร่วมยินดีกับอีกหนึ่งความสำเร็จของทีมประเทศไทย ในการคว้ารางวัลจากเวทีAsia Pacific ICT Alliance Awards (APICTA) 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 8 ธันวาคม 2568 ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน ซึ่งเป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญที่สุดรายการหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

BOL คว้ารางวัล ASOCIO Awards 2025 สาขา Outstanding Tech Company Award

บริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชนหรือBOL คว้ารางวัล ASOCIO Awards 2025 สาขา Outstanding Tech Company Award สะท้อนความสำเร็จของ BOL ตลอด 30 ปี ในการยกระดับโซลูชันด้านข้อมูลและดิจิทัลให้ภาคธุรกิจไทย พร้อมเดินหน้าผลักดันเทคโนโลยี “Empowering Data and Beyond” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมข้อมูลและเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

กปนคว้ารางวัล ASOCIO Awards 2025 สาขา Outstanding Digital Transformation Organization

การประปานครหลวง (กปน.) คว้ารางวัล ASOCIO Awards 2025 สาขา Outstanding Digital Transformation Organization ตอกย้ำความสำเร็จด้านการพัฒนาการให้บริการประชาชนในรูปแบบดิจิทัล ผ่านระบบ CIS Gen 5, MWA eService และ MWA onMobileโดย กปน. ได้นําเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กรได้อย่างโดดเด่นและประสบผลสําเร็จ จากการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้น้ำผ่านโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ (CIS Gen 5) และแพลตฟอร์ม MWA E-Service ที่ช่วยให้ลูกค้ายื่นขอรับบริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น พร้อมแอปพลิเคชัน MWA onMobile เวอร์ชั่น 3 ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 1.3 ล้านราย รองรับการตรวจสอบค่าน้ำ ใบแจ้งค่าน้ำดิจิทัล การชำระค่าน้ำออนไลน์ บริการเช็คคุณภาพน้ำ และติดตามสถานะงานบริการ เป็นต้น

กรมสรรพากรคว้ารางวัล ASOCIO Digital Government Award ประจำปี 2568

กรมสรรพากร คว้ารางวัล ASOCIO Digital Government Award ประจำปี 2568 จากสมาพันธ์อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และบริการเอเชีย-โอเชียเนีย (Asian-Oceanian Computing Industry Organization : ASOCIO) ที่มอบให้องค์กรภาครัฐที่มีความโดดเด่นในการนำไอทีมาใช้ในการพัฒนาองค์กรอย่างประสบผลสำเร็จ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมสรรพากรในการขับเคลื่อนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Digital Government) ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการ รวมถึงการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มข. รับรางวัลTalent Development Award

รองศาสตราจารย์ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า รางวัลนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จขององค์กรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทุกคน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เรามุ่งมั่นมาโดยตลอด คือ การสร้างระบบการเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพคน ให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล เชื่อว่า คน คือ หัวใจของการพัฒนา และเทคโนโลยี คือ พลังขับเคลื่อนที่จะทำให้มหาวิทยาลัยเติบโตอย่างยั่งยืน รางวัลนี้ จึงเป็นทั้งกำลังใจและแรงบันดาลใจให้เรายิ่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและภูมิภาคในอนาคต

ศาสตราจารย์ ดร.วนิดา แก่นอากาศ รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และต่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตัวแทนคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเสริมว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อตั้งมากว่า 60 ปี ช่วยพัฒนาจังหวัดขอนแก่น โดยมหาวิทยาลัยฯ เป็นแคมปัสที่ไม่ใช่มุ่งเน้นการเรียนการสอนเพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำมันสมองและสร้างผลลัพธ์ได้ เพื่อเป็นวิศวฯ ผู้สร้าง และเป็นภูมิปัญญาให้สังคม

คณะแพทยศาสตร์ มช. คว้ารางวัลHealthTech Award ชูต้นแบบ Smart Hospital & Health Innovation Hub

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่ 3 ของประเทศ และแห่งแรกในภูมิภาคก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2503 ด้วยวิสัยทัศน์ “โรงเรียนแพทย์ในดวงใจ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะด้วยนวัตกรรม”

ผศ.ดร.นพ.ภูวพงศ์ นิ่มกิ่งรัตน์ ผู้ช่วยคณบดี และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ และเวชศาสตร์การกีฬา อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โธปิดิกส์ กล่าวว่า คณะฯ ได้พัฒนา Med CMU Digital Ecosystem ที่ผสานโลกการแพทย์กับเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างครบวงจร ระบบนิเวศนี้ประกอบด้วย 4 ชั้น (4 Layers) ที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยจุดเด่นคือ ทุก Layer สามารถ Intergration ซึ่งทำให้ การ launch โปรแกรมสามารถปรับตามระบบงานที่เปลี่ยนแปลงไปหรือระบบ งานใหม่ที่เกิดขึ้นในอนาคต ได้ง่าย และรวดเร็ว ได้แก่ 1.Core Software Layer เป็นแกนหลักที่ใช้ในการรักษาพยาบาล เช่น ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) และระบบการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (ENR) ที่รองรับการทำงานของแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และสหสาขาวิชาชีพ2.Digital Business Layer เปรียบเสมือนระบบประสาทกลาง เชื่อมโยงทุกบริการผ่าน API มาตรฐานสูง เช่น ระบบ Telemedicine และ 5G Ambulance เพื่อการเข้าถึงการรักษาในพื้นที่ห่างไกล 3.AI Layer เพิ่มความฉลาดของระบบโดยใช้ AI ในการวินิจฉัย เช่น Chest X-ray AI และ AI Diagnostics สำหรับภาพถ่ายทางการแพทย์อื่นๆ รวมถึงการใช้ Machine Learning ในการจัดการข้อมูลเวชระเบียน และ4.Data Layer with PDPA and Cybersecurity ศูนย์กลางการบริหารข้อมูลที่ใช้ Business Intelligence (BI) สร้างแดชบอร์ดเรียลไทม์เพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ พร้อมปกป้องข้อมูลด้วยมาตรฐาน PDPA และกรอบความปลอดภัยไซเบอร์อย่างเข้มงวด

การพัฒนาที่ก้าวหน้าเหล่านี้ทำให้คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นต้นแบบของ Smart Hospital & Health Innovation Hub ประจำภูมิภาค และได้รับรางวัลระดับชาติ เช่น Thailand Quality Class (TQC) ด้าน Customer ในปี พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 3 เมืองมีระบบการแพทย์และการดูแลสุขภาพดีที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2568 จาก Numbeo

บางกอกแอร์เวย์ส คว้ารางวัล ASOCIO Award 2025 สาขาความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้รับรางวัล ASOCIO Award 2025 สาขา Cybersecurity สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบางกอกแอร์เวย์สในการยกระดับมาตรฐานด้านดิจิทัลและการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความเสถียร และความน่าเชื่อถือของระบบสารสนเทศในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ

จันทร์ทิพย์ ทองกันยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักผู้อำนวยการใหญ่ ผู้แทนบริษัทฯ กล่าวว่า บางกอกแอร์เวย์ส ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในด้านดิจิทัลในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างระบบดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ทันสมัย และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการบินและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ตอกย้ำถึงความตั้งใจของเราที่จะยกระดับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในทุกขั้นตอน

“ด้าน Cybersecurity คือ ความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการบิน ข้อมูลผู้โดยสาร หรือด้านเทคโนโลยี อื่นๆ ที่นำมาใช้ในการบินและสนามบิน ก่อนหน้านี้เรามี Incident ทำให้เรียนรู้เหตุที่เกิดหลายอย่าง เราพยายามพัฒนา บริษัทฯ ให้ความสำคัญด้านนี้ พยายามนำเทคโนโลยี อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ที่จำเป็นมาใช้ หรือพัฒนาระบบที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเปลี่ยนไว เราต้องเร็ว ต้องทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” จันทร์ทิพย์ กล่าว

DCCE รับรางวัล ESGAward

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ได้พัฒนา GHGPlatform แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับชาติสำหรับการรวบรวม ตรวจสอบ และรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ระบบดังกล่าวรองรับการจัดเก็บและติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศ GHGPlatform ช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักการ ESG ข้อมูลจากระบบถูกนำไปใช้สนับสนุนการจัดทำรายงานของประเทศตามพันธกรณีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งเปิดเผยผ่านระบบ Open Data เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม

ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐกว่า 50 แห่งเข้าร่วมใช้งาน ส่งผลให้การเก็บรวบรวมข้อมูลกิจกรรมและการประสานงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น การเก็บข้อมูลเป็นระบบและมีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังสนับสนุนการวิเคราะห์แนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับชาติสำหรับใช้ประกอบการวางแผนเชิงนโยบายและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกในอนาคต กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมยังคงมุ่งพัฒนาระบบสารสนเทศด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

ราวิส เทคโนโลยี รับรางวัลStart-Up Award

บริษัท ราวิส เทคโนโลยี จำกัด หรือ Ravis Technology เป็นบริษัทซอฟต์แวร์และ AI ด้านชีววิทยาศาสตร์สัญชาติไทย ที่พัฒนาแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการวิจัยก่อนคลินิก การวิจัยทางคลินิก และการผลิต ภายใต้มาตรฐานกำกับดูแลระดับสากล

บริษัทฯ พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ End-to-End ครอบคลุมงาน Preclinical, Clinical Development และ Manufacturing ภายใต้มาตรฐาน OECD-GLP, CDISC-SEND/SDTM, GCP และ GMP ช่วยให้องค์กรด้านยาและชีวเวชภัณฑ์ลดระยะเวลาและต้นทุนในการนำผลงานวิจัยสู่ตลาด

Ravis Technology เคยได้รับรางวัล Thailand ICT Awards และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และเป็นสมาชิกของ Clinical Data Interchange Standards Consortium หรือ CDISC โดยมีผลงานวิจัยด้าน AI และ Data Standardization ที่ได้รับการเผยแพร่ในเวทีนานาชาติ และถูกคัดเลือกให้นำเสนอในงาน PharmaSUG (สหรัฐอเมริกา)

ปัจจุบันแพลตฟอร์มของบริษัทฯ ถูกใช้งานในศูนย์วิจัยและองค์กรชั้นนำมากกว่า 10 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนบทบาทของ Ravis Technology ในการเร่งเส้นทางจากงานวิจัยสู่ตลาดโลกอย่างมีคุณภาพและข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

เป้าหมายของบริษัทฯ คือการเร่งกระบวนการนำงานวิจัยไปสู่ตลาด โดยยังคงรักษาคุณภาพและความสอดคล้องตามมาตรฐาน เพื่อให้การรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วขึ้น

Stelligence คว้ารางวัลAI Service Provider Award และอีก รางวัลจากAPICTA 2025

บริษัท เอสเทลลิเจนซ์ จำกัด (STelligence) ผู้นำด้านโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระดับองค์กร ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญจาก 2 เวทีระดับภูมิภาค ได้แก่ ASOCIO Digital Summit 2025 และ Asia-Pacific ICT Alliance Awards (APICTA) 2025

นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม Compliance Mapping Platform (CMP) ภายใต้แบรนด์ STEL.AI ที่พัฒนาโดยทีม STelligence ยังสร้างชื่อบนเวที APICTA Awards 2025 ที่เมืองเกาสง ไต้หวัน โดยคว้ารางวัลAI Technology of the Year — รองชนะเลิศอันดับ 1 และR&D Project of the Year — รองชนะเลิศอันดับ 1

CMP ถูกออกแบบมาเพื่อตอบความท้าทายด้านปัญหาความซับซ้อนของงาน Compliance ในองค์กรขนาดใหญ่ และอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวด CMP ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามข้อกฎหมายและกฎระเบียบของภาครัฐที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วิเคราะห์เอกสารทางกฎหมายที่เป็น Unstructured Data เชื่อมโยงข้อกฎหมายเข้ากับกระบวนการภายในขององค์กรได้อย่างแม่นยำ ลดเวลาการทำงานแบบ Manual ได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความโปร่งใสในการตัดสินใจด้านกำกับดูแล

CMP เป็นส่วนสำคัญของโครงการ TH2OECD ที่ดำเนินงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยระบบช่วยแปลความ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงกฎหมายไทยจำนวนมากเข้ากับมาตรฐาน OECD ช่วยเร่งกระบวนการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการขอเข้าเป็นสมาชิก OECD และยกระดับโครงสร้างกฎหมายไทยสู่มาตรฐานสากล

ทั้งนี้CMP ใช้เทคโนโลยีหลักสองส่วน ได้แก่ Generative AI สำหรับการทำความเข้าใจข้อมูลทางภาษา และ GraphRAG เพื่อจัดโครงสร้างความเชื่อมโยงของข้อมูลให้เหมาะสมกับการค้นหาเชิงลึก ทำให้สามารถตอบคำถามได้แม่นยำและเข้าใจบริบทมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนให้งานกฎหมายที่ซับซ้อนเป็นเรื่องง่ายขึ้น

โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี คว้ารางวัล Global Business Service Award

ศุภประเสริฐ วงศ์สุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชนกล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการเกี่ยวกับ Border Management ด้วยประสบการณ์ 30 ปี โดยมีแพลตฟอร์ม Smart Border Solution and Services ซึ่งเป็นโซลูชันและการให้บริการที่ครบวงจรสำหรับการจัดการการผ่านแดน โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค, ด้านพัฒนาซอฟท์แวร์ และด้านบริหารโครงการเกือบ 200 คน

ปัจจุบันโสมาภาฯเป็นผู้ให้บริการระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) และระบบประมวลผลรายการข้อมูลสำหรับฐานข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร (PNR) ให้กับประเทศไทยและประเทศ สปป.ลาว รวมถึงให้บริการระบบ Digital Arrival Card ของประเทศปาปัวนิวกินี นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ขยายตลาดด้าน Border Management ไปหลายภูมิภาคของโลกทั้งในอาเซียน กลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิคและโอเชียเนีย ยุโรป แอฟริกาใต้ และตะวันออกกลาง ด้วย Business Model ที่ยืดหยุ่นปรับได้ตามความต้องการของแต่ละประเทศ ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 27001:2013 มาจนถึงปัจจุบันที่ได้รับการรับรอง ISO 27001:2022