นายกฯ อนุทิน รับฟังภาคอุตสาหกรรม ย้ำเร่งคลี่คลายปัญหาเศรษฐกิจ–ชายแดน พร้อมดันการลงทุนในประเทศ


นายกฯ อนุทิน รับฟังภาคอุตสาหกรรม ย้ำเร่งคลี่คลายปัญหาเศรษฐกิจ–ชายแดน พร้อมดันการลงทุนในประเทศ

อนุทินชาญ วีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมารับฟังทั้งข้อกังวลและข้อเสนอแนะจากท่านกรรมการและคณะกรรมการของสภาอุตสาหกรรม โดยนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการนั้น มุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น พร้อมทั้งวางรากฐานเพื่อการต่อยอดและสร้างความมั่นคงในระยะยาว ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องให้ความสำคัญในขณะนี้คือสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งสองประเทศที่มีการค้าขายร่วมกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ไทยต้องรักษาอธิปไตย และยังไม่สามารถเปิดด่านได้จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใดๆ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมใช้ทุกวิถีทาง ทั้งในมิติการทหารและการทูต เพื่อหารือกับกัมพูชา โดยระดมทุกกลไกและศักยภาพที่มีอยู่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้ได้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ผู้ประกอบการที่อยู่ในโครงการ Thailand Plus One ในส่วนของ CLMV มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการใช้ local content เพื่อทดแทนชิ้นส่วนที่เคยผลิตจากประเทศเพื่อนบ้าน และผลักดันให้เกิดการลงทุนผลิตสินค้าภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของไทย และเราก็ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น เพียงแต่มีเงื่อนไขเรื่อง local content ที่ต้องปฏิบัติตาม ผมมองว่านี่คือโอกาสที่ดีในการผลิตและส่งออกสินค้าไปสหรัฐ พร้อมทั้งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาไม่ควรหยุดอยู่ที่การเป็น OEM หรือผู้รับจ้างประกอบเท่านั้น แต่ควรเริ่มสร้างตั้งแต่รากฐาน เพื่อวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ปัจจุบันไทยเผชิญกับภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกันการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว โดยเฉพาะกัมพูชาที่กำลังกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันให้ไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถของตนเองต่อไป

แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมากว่า 6 ปี ปัญหาความระแวงซึ่งกันและกันจะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าหากเศรษฐกิจดี ประเด็นอื่นๆ ก็จะเป็นเพียงเรื่องเล็ก สิ่งสำคัญคือการสร้างเกียรติและศักดิ์ศรี ซึ่งผมและทีมงานตั้งใจจะทำให้เกิดขึ้น ด้วยสไตล์การทำงานที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก พร้อมให้ความมั่นใจกับทุกท่านว่า จะใช้อำนาจและหน้าที่ที่มีอยู่ เพื่อช่วยทำให้ความคาดหวังของประชาชนประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง