
ภายใต้กระแสการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก และความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีขั้นสูง รัฐบาลได้กำหนด แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 เพื่อเป็นกรอบขับเคลื่อนการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้ AI ในทุกภาคส่วน โดยมุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ก่อนต่อยอดสู่การจัดตั้ง “ศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AITH: AI Thailand Hub)” ภายใต้ความร่วมมือของ 2 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดในพิธีว่า ศูนย์ AITH จะเป็นกลไกกลางในการบูรณาการความร่วมมือให้การพัฒนาและการกำกับดูแล AI เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รองรับการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารทั้งสามหน่วยงานหลัก ที่ได้วางรากฐานสำคัญในครั้งนี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศทางด้านเทคโนโลยี AI นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Building a Sustainable AI Innovation Ecosystem กล่าวว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติฯ เห็นชอบกรอบการพัฒนา National AI Program โดยมีเป้าหมายหลักสองด้าน คือ การสร้างความพร้อมด้าน AI (AI Readiness) ทั้งกำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน และการกำกับดูแล และการผลักดันการใช้ AI ในทุกภาคส่วน (AI Adoption) ผ่านกลไกการจัดตั้งภาคีเครือข่ายและศูนย์ความเชี่ยวชาญ (COE) อย่างน้อย 9 แห่งในอุตสาหกรรมสำคัญ
“การจัดตั้งศูนย์ AITH ในครั้งนี้ถือเป็นต้นแบบ COE สองด้านแรก ได้แก่ ศูนย์นวัตกรรม AI ด้านการศึกษา เพื่อพัฒนากำลังคนตั้งแต่ระดับประถมถึงมหาวิทยาลัย และศูนย์สอบเทียบสมรรถนะและทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ AI เพื่อสร้างมาตรฐานกลางและกติกาการใช้งาน AI ในประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือ 3 ปี” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าว
ทั้งนี้ สวทช. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานผ่านโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่ได้พัฒนาจนได้รับการยอมรับระดับสากล เช่น ห้องปฏิบัติการ SQUAT ที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 ระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA HPC และแพลตฟอร์ม AI for Thai เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมและนักวิจัยเข้าถึงและต่อยอดเทคโนโลยี AI ของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาคือการสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ AI University จุฬาฯ เป็นต้นแบบของสถาบันอุดมศึกษาของไทยได้บุกเบิกและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ AI เพื่อการศึกษา ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ ChulaGENIE (Generative AI ของจุฬาฯ) อย่างต่อเนื่อง แต่ความรู้นี้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในรั้วมหาวิทยาลัย
ความร่วมมือจัดตั้งศูนย์ AITH จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้จุฬาฯ นำร่องให้สถาบันอุดมศึกษาของไทยสามารถนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบุคลากร ไปถ่ายทอดและต่อยอดสู่การพัฒนากำลังคนของประเทศในวงกว้าง เพื่อสร้างนักนวัตกร AI ที่มีคุณภาพ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
“เราไม่ได้แข่งขันกับตัว AI โดยตรง แต่กำลังแข่งขันกับผู้ที่สร้าง AI ดังนั้นการพัฒนากำลังคนและการจัดตั้งฮับด้าน AI จึงมีความสำคัญ เพื่อให้คนไทยตระหนักว่าเราไม่ใช่เพียงผู้ใช้ แต่ต้องเป็นผู้สร้าง เช่นเดียวกับที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พัฒนาเจนเนอเรทีฟ AI “ChulaGENIE” ซึ่งเปิดให้ต่างชาติเข้ามาใช้งานได้ ถือเป็นการยืนยันว่าคุณภาพของคนไทยและคุณภาพการศึกษาของเราสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้“ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ กล่าว

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กล่าวว่า ปัจจุบัน สพธอ. อยู่ระหว่างเดินหน้าพัฒนา (ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI และหลักการทดสอบ AI Regulatorysandbox รวมถึงเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา การเตรียมการจัดตั้งศูนย์ AI Thailand Hub ในครั้งนี้จะเป็นกลไกที่เป็นกลางและโปร่งใส สำหรับทดสอบ ยืนยันวิเคราะห์ และประเมินระบบ AI ในเชิงปฏิบัติ เพื่อรองรับกรอบนโยบายในระดับประเทศของเรา ศูนย์นี้จึงเป็นหน่วยงานกลางเพื่อเชื่อมระหว่าง ผู้กำหนดนโยบาย และ ภาคปฏิบัติการ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งานทั่วไป และเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและยั่งยืน