สวทช.ร่วมจัดสัมมนาในงาน Northeast TECH 19 ให้ความรู้ด้านระบบ IoT – หลักการ Agile แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค


สวทช.ร่วมจัดสัมมนาในงาน Northeast TECH 19 ให้ความรู้ด้านระบบ IoT - หลักการ Agile แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค
หัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมถ่ายภาพกับคณะสวทช. ที่ร่วมจัดงานสัมมนา

นครราชสีมา – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ให้การสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา โดยเข้าร่วมจัดงานแสดงนิทรรศการและจัดสัมมนาภายในงาน “Northeast TECH 19 มหกรรมเทคโนโลยีอีสาน” ใน 4 หัวข้อสัมมนาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องการนำเทคโนโลยีและหลักการจัดการต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค ระหว่างวันที่ 31 ต.ค. – 3 พ.ย. 62 ณ โคราช ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจหรือโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมนำทีมผู้ประกอบการร่วมออกบูธแสดงสินค้า คาดให้มีการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้ในธุรกิจหรือในโรงงานมากยิ่งขึ้น หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมให้เติบโตยิ่งขึ้น

ทันยา สุทธิเลิศ

ทันยา สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) เข้าร่วมสนับสนุนงาน Northeast TECH 19 ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีต่าง ๆ สู่ผู้ประกอบการไทย การพัฒนาศักยภาพ ยกระดับ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยแข็งแกร่ง และสามารถก้าวสู่บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก โดยงานครั้งนี้ สวทช. ได้สนับสนุนการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการโรงงาน อาจารย์มหาวิทยาลัย เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งในระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน และพนักงาน จำนวน 4 หัวข้อด้วยกัน ได้แก่ การบริหารจัดการคลังอะไหล่สำหรับงานซ่อมบำรุงเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีระบบ IoT การสร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมและหลักการจัดการแบบ Agile ที่ประยุกต์ใช้งานกับโรงงานอุตสาหกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีออโตเมชั่นและ Industrial Internet of Thing (IIoT) และอาลีบาบา คลังสินค้าอัจฉริยะและความคุ้มค่าการลงทุน

พร้อมกันนี้ ยังนำผู้ประกอบการเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ร่วมออกบูธแสดงสินค้า และให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมงานหรือผู้ประกอบการในภูมิภาคได้รับความรู้ที่ทันสมัย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจเพื่อช่วยลดต้นทุนในองค์กร และมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในธุรกิจหรือองค์กรมากยิ่งขึ้น เกิดการซื้อขายในงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น

ถิรายุ วิไลลักษณ์

ถิรายุ วิไลลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท ไอเอส ซอฟต์แวร์ จำกัด วิทยากรการบริหารจัดการคลังอะไหล่ฯด้วย IoT กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีระบบ IoT มีบทบาทอย่างมากในภาคของการผลิตของโรงงาน เพราะใช้ติดตามและตรวจสอบสถานะการดำเนินการผลิตได้อย่างทันทีทันใด ทำให้ได้ข้อมูลในการตัดสินใจในระบบบริหารอย่างถูกต้องแม่นยำ และการใช้ทรัพยากรของโรงงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงลดต้นทุนโดยรวมของการผลิตในสิ่งที่ไม่จำเป็น โดย “คลังอะไหล่” เปรียบเสมือนเป็นคลังยา หากเราถือว่าเครื่องจักรคือคนไข้ เพราะไม่เพียงแต่มีหน้าที่จัดเก็บยาเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและจำนวนเพียงพอกับความต้องการ เช่นเดียวกับเครื่องจักรในระบบอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้อะไหล่ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เครื่องจักรสามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะหากคลังอะไหล่เกิดความผิดพลาดทั้งจำนวนที่ต้องมีหรืออะไหล่ที่มีอยู่ไม่มีคุณภาพเพียงพอ แน่นอนว่า ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับเครื่องจักรโดยตรง และส่งผลติ่ระบบการผลิตที่ไม่สามารถผลิตสินค้าตามความต้องลูกค้า หรือผลิตสินค้าที่ด้อยคุณภาพออกมา ทำให้โรงงานต้องเสียค่าใช้จ่ายและความเสียหายในที่สุด

เทคโนโลยีระบบ IoT จะเข้ามามีบทบาทต่อการบริหารจัดการ ‘คลังอะไหล่’ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสนับสนุนหลักให้กับหน่วยงานซ่อมบำรุง โดยมีหน้าที่ทำการสำรองจำนวนอะไหล่อย่างเหมาะสมตามความต้องการของหน่วยงานบำรุงรักษา ซึ่งต้องทำงานกันอย่างสอดคล้อง และต้องการการใช้ข้อมูลร่วมกัน เพราะฝ่ายคลังอะไหล่ต้องทราบถึงช่วงเวลาที่ฝ่ายซ่อมบำรุงต้องการอะไหล่ว่าเป็นช่วงไหน และจำนวนเท่าไหร่ เพื่อคลังอะไหล่จะสามารถวางแผนการนำอะไหล่เข้าอย่างเหมาะสม และไม่นำเข้าจนมากเกินความต้องการ เพราะจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในหน่วยงานซ่อมบำรุงสูงขึ้นโดยไม่มีความจำเป็น ในทางตรงกันข้ามหากคลังอะไหล่ไม่มีอะไหล่ตามที่ฝ่ายบำรุงรักษาต้องการ อาจจะส่งผลให้การซ่อมเครื่องจักรต้องหยุดชะงักลง ทำให้เวลาในการหยุดเครื่องยาวนาน สุดท้ายส่งผลอย่างยิ่งต่อระบบการผลิต” ถิรายุ กล่าว

ฐสิฐญ์ ศรีปรางค์

ฐสิฐญ์ ศรีปรางค์ ที่ปรึกษาโครงการ บริษัท เอ็กซ์ตร้า โซลูชั่น เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด วิทยากรการสร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจด้วยหลักการอไจล์ (Agile) กล่าวว่า หลักการจัดการแบบ Agile คือการจัดการหรือวิธีการทำงานที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้ตลอดเวลา ดังนั้น จึงต้องเริ่มจากการสื่อสารที่ดี รวดเร็ว ทั่วถึงตลอดทั้งกลุ่มที่รับผิดชอบในการผลิตเพื่อส่งมอบผลงานแต่ละครั้ง โดยให้ผู้ปฏิบัติงานโดยตรงที่ไม่จำเป็นต้องตามชั้นของสายงานมาทำงานร่วมกัน แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ มีการทำงานและทดสอบเพื่อให้ได้ผลงานทีละเล็ก ทีละน้อย แล้วนำผลงานไปทดลองใช้และส่งมอบทันที แล้วยอมรับการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นโดยรีบแก้ไขในทันที

“ดังนั้น หลักการ Agile จึงเหมาะกับยุค Disruptive ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง ซึ่งจุดได้เปรียบในการนำหลักการจัดการแบบ Agile มาประยุกต์ใช้งานกับโรงงานอุตสาหกรรม คือ จะเป็นการแข่งขันที่รวดเร็วเช่นการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด ที่จะมามัวรอขั้นตอนต่าง ๆ หรือการพิจารณาตามสายงานทีละขั้นได้ จำเป็นต้องใช้ทีมเฉพาะกิจ หรือทีมหัวกะทิที่ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งในการบริหารแต่ใช้ความสามารถทางตรงเฉพาะเรื่องนั้น ๆ มาระดมกันทำ (Scrum) เพื่อทำให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็วเหนือคู่แข่งหรือทันตลาด นอกจากนี้ ยังมีความสำคัญต่อกระบวนการแก้ปัญหาในสายการผลิต ที่ต้องทันต่อเหตุการณ์ก่อนที่จะรุกลามใหญ่โต หรือเสียหายไปมากกว่านั้น โดยใช้ทีม Agile ที่เลือกมาจากผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนงาน” ฐสิฐญ์ กล่าว

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะสร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจด้วยหลักการจัดการแบบ Agile จำเป็นต้องใช้การระดมสมองด้วยความคิดที่แตกต่างในทุกระดับและสายงาน อีกทั้งการจัดการกระบวนความคิดเหล่านั้นให้ออกมาเป็นต้นแบบเพื่อนำไปสู่การทดลองหรือการเริ่มต้นเข้ากระบวนการพัฒนาธุรกิจที่สมบูรณ์ อาจต้องมีความหลากหลาย มีการเรียนรู้ มีการผิดพลาดแล้วแก้ไขปรับปรุงนับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้น กระบวนการสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยความรวดเร็ว จึงสามารถนำหลักการ Agile มาใช้ได้เป็นอย่างดี

Northeast TECH 19 มหกรรมเทคโนโลยีอีสาน

อนึ่งงาน “Northeast TECH 19 มหกรรมเทคโนโลยีอีสาน” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้ผนึกกำลังกระทรวงอุตสาหกรรม, จังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานอีกหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิต (ไทยซับคอน) และสตาร์ทอัพจำนวนมาก เป็นต้น เพื่อร่วมกันระดมโชว์เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมสุดล้ำทันสมัย รวมถึงการแสดงเครื่องจักรโรงงาน ปั้มลม เครื่องจักรกลการเกษตร หุ่นยนต์ แขนกล โดรน พลังงานไฟฟ้าโซล่าเซลล์ อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ครบวงจร ฯลฯ ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2562 ณ โคราช ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเพื่อต้องการให้เกิดงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในจังหวัดนครราชสีมาอย่างแท้จริง