กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชู 2 นวัตกรรมเด่น พลิกองค์กรสู่ Digital Utility


กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชู 2 นวัตกรรมเด่น พลิกองค์กรสู่ Digital Utility

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็น Digital Utility ที่มีแนวคิด “มุ่งสู่องค์กรที่เป็นเลิศด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า ร่วมสร้างคุณค่าสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” และงาน “Thailand Building Fair 2019 จัดขึ้นพร้อมกับงาน “Secutech Thailand 2019” ภายใต้แนวคิดร่วม “Smart City Solutions Week 2019” ในระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2562 ณ ฮอลล์ 104 – 105 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

สมพงษ์ ปรีเปรม

กฟภ.มุ่งปรับองค์กรสู่ดิจิทัลใน 5 ปีข้างหน้า

สมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า กฟภ. มีทิศทางและตำแหน่งยุทธศาสตร์ในการพลิกองค์กรสู่การเป็น Digital Utility (Transformation to the Era of The Digital Utility) ที่มีแนวคิด “มุ่งสู่องค์กรที่เป็นเลิศด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า ร่วมสร้างคุณค่าสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” โดยมีการพัฒนาขีดความสามารถทางด้านธุรกิจและทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของ กฟภ. ด้วยยุทธศาสตร์ดิจิทัลของ กฟภ. 5 ด้าน ได้แก่ 1) ยกระดับไฟฟ้าให้เป็นเลิศด้วยดิจิทัล (Digital Energy Operation) มีจำนวน 11 โครงการ 2) เชื่อมโยงลูกค้าด้วยเทคโนโลยี (Connected Customer) มีจำนวน 8 โครงการ 3) ปรับเปลี่ยนสู่องค์กรสมัยใหม่ (Next Generation Enterprise) มีจำนวน 7 โครงการ 4) เสริมสร้างบุคลากรแห่งอนาคต (Workforce of the Future) มีจำนวน 6 โครงการ และ 5) แพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) มีจำนวน 17 โครงการ รวมทั้งสิ้น 49 โครงการ เพื่อปรับเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัล หรือ Digital Utility

“ในช่วง 5 ปีจากนี้ กฟภ.จะมุ่งปรับองค์กรสู่ดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น ทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นระบบไฟฟ้าที่มารองรับมีความสำคัญมาก รวมทั้งการขยายตัวของอุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของกฟภ.ที่จะต้องมีการพัฒนาโครงข่ายขึ้นมารองรับ โดยเฉพาะระบบสมาร์ท กริด โดยในปีพ.ศ..2563 กฟภ. ลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้า สายส่งและระบบต่างๆ จะมีการพัฒนาภายในองค์กรเพื่อก้าวสู่องค์กรดิจิทัล ทั้งสินค้าและบริการใหม่ ๆ ระบบการให้บริการลูกค้า การพัฒนาบุคลากร รวมทั้งแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะเข้าถึงผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 20 ล้านรายทั่วประเทศให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว ยกระดับคุณภาพในการให้บริการประชาชนในภาพรวม” สมพงษ์ กล่าว

บรรยากาศการจัดงานในปีที่ผ่านมา 
บรรยากาศการจัดงานในปีที่ผ่านมา

ชู 2 นวัตกรรมเด่นในงาน Thailand Lighting Fair 2019

เพื่อเป็นส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทย เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ร่วมกับเมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต, บริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด และบริษัท ดิ เอ็กซ์ซิบิส จำกัด จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” และงาน “Thailand Building Fair 2019” งานแสดงนวัตกรรมและโซลูชั่นส์ด้านพลังงานไฟฟ้าและอาคารเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกับงาน “Secutech Thailand 2019” งานแสดงเทคโนโลยีด้านระบบรักษาความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย-บรรเทาสาธารณภัย และสมาร์ทลีฟวิ่ง ภายใต้แนวคิดร่วม “Smart City Solutions Week 2019” ระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2562 ณ ฮอลล์ 104 – 105 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อเป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการในทุกภาคส่วน ทั้งในและต่างประเทศ

สมพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพจัดงาน Thailand Lighting Fair 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกับงาน Thailand Building Fair 2019 และ Secutech Thailand 2019 ในปีนี้ PEA ได้ ชู 2 นวัตกรรมภายในบูธนิทรรศการ ประกอบด้วย

  1. PEA IHAPM (Intelligent Home Appliances Power Monitoring) เป็นเครื่องตรวจจับและควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในที่พักอาศัย และอาคารสำนักงานทั่วไป รวมทั้งยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้ไฟฟ้าที่ผิดปกติหรือกระแสไฟฟ้าดับผ่านทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนด้วย Application IHAPM ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นระบบเดิมและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่รองรับระบบ IoT โดยจะมีการจำลองห้องนั่งเล่นภายในบ้าน โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ ห้องนั่งเล่นรูปแบบเก่า ที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นระบบปกติทั่วไป และห้องนั่งเล่นรูปแบบใหม่ ที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารองรับระบบ IoT (Internet of Things) โดยห้องทั้งสองรูปแบบ จะต้องแสดงการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน Application IHAPM
  2. PEA Solar Hero ถือเป็น Application แรกในประเทศไทยที่นำ Digital Platform มาช่วยอำนวยความ
    สะดวกให้กับประชาชนที่มีความประสงค์จะติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เอง แบบครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การช่วยวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้าเบื้องต้น การแนะนำ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งที่เหมาะสม การเลือกรูปแบบการลงทุนแหล่งเงินทุนจากธนาคารการคำนวณความคุ้มทุน รวมถึงแนะนำผลิตภัณฑ์และผู้ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนสามารถติดตามข้อมูลการใช้พลังงานของตนเองผ่าน Application บนโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ทุกเวลาแบบ One Stop Service

PEA หวังว่างาน Thailand Lighting Fair ซึ่งจัดร่วมกับ Thailand Building Fair และ Secutech Thailand จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะตอกย้ำจุดยืนในการเป็นเวทีส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการจัดงาน แสดงนวัตกรรมไฟฟ้าแสงสว่าง เทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ และการบริหารจัดการพลังงานแห่งภูมิภาคอาเซียน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งจะนำไปสู่ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย” ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าว

ชูไทยเป็นศูนย์กลางด้านสมาร์ทซิตี้ของอาเซียน คาดเม็ดเงินสะพัดทั้ง 3 งานราว 1,000 ล้านบาท

ด้าน ศิระพัฒน์ เกตุธาร รองประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด ผู้จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” และงาน “Thailand Building Fair 2019” จัดขึ้นพร้อมกับงาน “Secutech Thailand 2019” กล่าวว่า ทั้งสามงานจัดขึ้นภายใต้แนวคิดร่วม “Smart City Solutions Week 2019” โดยล่าสุดได้มีการเตรียมความพร้อมงานแล้ว ทั้งเชิญผู้นำจากเมืองต่างๆ พาวิลเลี่ยนสำคัญจากจีน ใต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ และอื่นๆ มาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ ที่น่าสนใจในส่วนของพาวิลเลี่ยน จากมณฑลจื้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นมณฑลที่ขนาดใหญ่ของจีน และมีความสำคัญทางธุรกิจที่มีเมืองหลวงสำคัญของมณฑล คือ หางโจว เป็นแหล่งกำเนิดพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลสำคัญของโลกด้วย อาลีบาบา ซึ่งจะนำสมาร์ทเทคโนโลยี จากมณฑลจื้อเจียงเข้ามาจัดแสดงภายในงานนี้ด้วย ที่สำคัญในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียน เราได้ชูงานปีนี้เป็นศูนย์กลางด้านสมาร์ทซิตี้แห่งภูมิภาคอาเซียน เปิดมิติใหม่ของสุดยอดงานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นล่าสุด เพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ครบวงจรที่สุด ตั้งแต่โซลูชั่นด้านความปลอดภัยอัจฉริยะ อาคารอัจฉริยะ พลังงานอัจฉริยะ และนวัตกรรมดิจิทัล

“การจัดงานทั้ง 3 งานนี้มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 11,000 ตารางเมตร โดยมีบริษัทที่เข้าร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 300 บริษัท รวมทั้งเวทีการจัดสัมมนาให้ความรู้ ด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น คาดหวังว่าจะมีผู้ร่วมงานไม่น้อยกว่า 15,000 คน และหลังจากงานเสร็จสิ้นในช่วงระยะ 6 เดือน ผู้ประกอบการและกลุ่มเป้าหมาย เช่น ทั้งผู้นำเมือง กลุ่มพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือโครงการพร๊อพเพอร์ตี้ที่มีแนวคิดพัฒนาสมาร์ทซิตี้ น่าจะต้องใช้เวลาในการเจรจาธุรกิจกันต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดจากการจัดทั้ง 3 งานนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท” ศิระพัฒน์ กล่าว