พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพฤหัสบดีที่10
มกราคม 2562

» สวทน. – มก. เร่งพัฒนากำลังคนด้านวิจัยและพัฒนาอุตฯ อาหาร


กรุงเทพฯ -9 มกราคม 2562 : สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานแถลงข่าว โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางและการถ่ายโอนความรู้ข้ามพรมแดน (Sustainable Economy Driving of Food Industry by Specialized Personnel Development and Cross Border Knowledge Transfer) ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยเป็นกิจกรรมรูปแบบใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด และส่งเสริมการเร่งพัฒนากำลังคนด้านวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกษตรให้เกิดความยั่งยืน ผ่านการถ่ายโอนความรู้เชิงลึกและนวัตกรรมขั้นสูงจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศในเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกษตร และมาถ่ายทอดสู่ภาคอุตสาหกรรมไทยต่อเนื่อง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านนโยบายนวัตกรรมการพัฒนากำลังคน สวทน. กล่าวว่า จากตัวเลขในปีพ.ศ.2560 อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 3 ล้านล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการในรูปแบบบริษัทจดทะเบียนรวมประมาณ 8,500 ราย หากรวมจำนวนบริษัทผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดเล็กคาดว่าจะมีจำนวนผู้ประกอบการทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย โดยประเทศไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป (Agro-manufacturing Products) สูงถึง 25,872 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 878,102 ล้านบาท โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่มมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 16,882 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 572,998 ล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกที่ค่อนข้างสูงนี้ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารในลำดับต้น ๆ ของโลก (ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย)

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมอาหารในประเทศยังคงประสบปัญหาหลายด้านที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืนในตลาดโลก ซึ่งปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือการขาดการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายโอนความรู้ที่ทันสมัยอย่างทันท่วงที รวมถึงขาดการประยุกต์ใช้องค์ความรู้เชิงลึกและเทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี รวมถึงมีข้อจำกัดในเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสถานประกอบการทั้งในและต่างประเทศก็ประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทางเช่นกัน โดยเฉพาะองค์ความรู้เชิงลึกที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การใช้ความดันสูงในการแปรรูปอาหาร การใช้เทคนิคโอห์มมิค เป็นต้น ตลอดจนยังขาดความเข้าใจและการเข้าถึงการวิเคราะห์ตรวจสอบเชิงลึกที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาให้สินค้ามีมาตรฐานในระดับสากล

การที่จะพัฒนาให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยสามารถวิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารที่มีนวัตกรรมสูงขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยีการแปรรูปขั้นสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า รวมถึงสามารถแก้ปัญหา ขจัดอุปสรรคทางการค้าจากการกีดกันด้านมาตรฐานสินค้า และนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างรวดเร็วทันต่อการแข่งขันในระดับโลกได้นั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้เชิงลึกรวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีด้านการอาหารที่ทันสมัยให้แก่บุคลากรในภาคเอกชน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกเฉพาะทางในบางเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย มีความจำเป็นต้องอาศัยการถ่ายโอนความรู้จากนักวิจัยหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความชำนาญสูงจากต่างประเทศเป็นส่วนมาก สวทน. จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำโครงการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางและการถ่ายโอนความรู้ข้ามพรมแดน ในครั้งนี้ขึ้น

“การดำเนินโครงการในครั้งนี้ สวทน. และ ม.เกษตร มีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะนำร่องรูปแบบโครงการสำหรับการพัฒนาบุคลากรของอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อให้มีองค์ความรู้เชิงลึกหรือเทคโนโลยีขั้นสูงเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรมอาหารจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ และเกิดการถ่ายโอนองค์ความรู้ดังกล่าวสู่ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องและนักวิจัยในภาคการศึกษา รวมถึงเอกชนสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารที่มีนวัตกรรมสูงขึ้น สามารถขจัดอุปสรรคทางการค้าจากการกีดกันด้านมาตรฐานสินค้า และนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมอาหารให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ คาดว่าโครงการจะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมอาหารในมิติต่าง ๆ อาทิ การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาลดความเสียหายในการผลิต หรือเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด ซึ่งคิดเป็นมูลค่าของผลกระทบอย่างน้อย 10 ล้านบาทต่อปี โดยจะเริ่มเห็นผลกระทบในปีที่ 3 ของการดำเนินโครงการ” ดร.พูลศักดิ์ กล่าว

ด้าน ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืนฯ เป็นโครงการรูปแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์ด้านการรับการถ่ายโอนองค์ความรู้เชิงลึกหรือเทคโนโลยีขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ และเกิดการถ่ายโอนองค์ความรู้ดังกล่าวสู่ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องและนักวิจัยในภาคการศึกษา ผ่านการเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากต่างประเทศมาถ่ายทอดองค์ความรู้สู่กลุ่มผู้ประกอบการและนักวิจัยในวงกว้าง เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี และดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกสู่กลุ่มผู้ประกอบการเป้าหมายเฉพาะรายโดยอาศัยกรณีศึกษาจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเทคโนโลยีนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ และสามารถประยุกต์ต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ เพื่อให้องค์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดจากต่างประเทศยังคงอยู่ภายในประเทศ รวมถึงมีการถ่ายทอดในประเทศต่อไปได้ในระยะยาวและขยายเป็นวงกว้าง โครงการฯ จึงได้มีการดำเนินงานในการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในภาคการศึกษาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการรับการถ่ายทอดองค์ความรู้นั้นจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศสู่ภาคเอกชนได้อย่างยั่งยืน

ในบางกรณีการถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทางทั้งด้านการบริหารจัดการเครื่องมือและสถานที่ เทคนิคเฉพาะในการวิจัยพัฒนาหรือการวิเคราะห์ตรวจสอบเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารที่มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องมีนักวิจัยไทยที่มีความสามารถไปรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในสถานที่จริง ณ ต่างประเทศ เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อาทิ การบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและข้อบังคับระหว่างประเทศ ขั้นตอนการให้บริการกับภาครัฐและเอกชน และแนวปฏิบัติในการดำเนินการภายในของหน่วยวิจัยและห้องปฏิบัติการนั้น ๆ เป็นต้น เพื่อให้นักวิจัยสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้มาขยายผลสู่ผู้ประกอบการภายในประเทศ และสามารถนำเสนอรายงานภาพรวมของการเตรียมพร้อมทั้งด้านของสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ รวมทั้งเทคนิคการวิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติได้

สำหรับกิจกรรมหลักสูตรที่จะส่งนักวิจัยไทยไปรับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากต่างประเทศ มี 2 หลักสูตร คือ เทคนิคการวิเคราะห์ และการจัดการห้องปฏิบัติการทดสอบความปลอดภัยวัสดุสัมผัสอาหาร (Food contact centre s.r.l. ประเทศอิตาลี) และ เทคโนโลยีการกลั่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกระบวนการหลังการกลั่น (The International Centre for Brewing and Distilling (ICBD) ประเทศสกอตแลนด์ หรือ Bureau National Interprofessionnel du Cognac ประเทศฝรั่งเศส)

ดร.จงรัก กล่าวว่า ส่วนของกิจกรรมเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากต่างประเทศมาถ่ายทอดองค์ความรู้สู่กลุ่มผู้ประกอบการและนักวิจัยในวงกว้าง ภายใต้โครงการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางและการถ่ายโอนความรู้ข้ามพรมแดน” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 30 สิงหาคม 2562 โดยแบ่งเป็น 7 หลักสูตร ประกอบด้วย
• หลักสูตรที่ 1 Biomass Recovery Technology for Economic Value Added: เทคโนโลยีการแปรรูปชีวมวลเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
• หลักสูตรที่ 2 Food Contact Materials Laws and Regulations: R&D, Testing Protocols and Management: กฎระเบียบวัสดุสัมผัสอาหาร การวิจัยและพัฒนา วิธีการทดสอบและการจัดการ
• หลักสูตรที่ 3 Agro-Food Biowaste Tapping and Bio-Refinery: เทคโนโลยีการผลิตสารสกัดและการใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกษตร
• หลักสูตรที่ 4 Innovative Food Technologies for The 21st Century: นวัตกรรมการแปรรูปอาหารสำหรับศตวรรษที่ 21
• หลักสูตรที่ 5 Beverage Industry Solutions: Technology and Safety Challenges: เทคโนโลยีเครื่องดื่มเพื่อคุณภาพและความปลอดภัย
• หลักสูตรที่ 6 R&D Innovation Technology Management for Business: การจัดการเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อธุรกิจ
• หลักสูตรที่ 7 Technology for Value Creation of Alternative Protein Based Product and Agro-Industrial and Food Waste Utilization: เทคโนโลยีการผลิตโปรตีนทางเลือกและการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร

ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาราดา โทรศัพท์ 08-5833 - 3454 อีเมล warada.t@ku.ac.th (ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม)

Main


ข่าวใหม่

•  จุฬาฯ จัดเสวนา “ฝ่าวิกฤตรับมือฝุ่น PM 2.5” [17 ม.ค. 2562]

•  ซิสโก้ - เอ.ที. เคียร์เน่ ชี้อุตสาหกรรมภาคการผลิตของไทยอีก 10 ปีข้างหน้าเติบโตถึง 1.6 ล้านล้านบาท  [15 ม.ค. 2562]

•  เทรนด์ไมโครคาดการณ์สถานการณ์ความปลอดภัยประจำปี 2019 [15 ม.ค. 2562]

•  ทีม “LawU” คว้า 3 รางวัลจากงาน Young Webmaster Camp  [14 ม.ค. 2562]

•  สระบุรีเตรียมแผนพลิกถนน “สุดบรรทัด” ครั้งใหญ่ 21 ม.ค. ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานรากแห่งใหม่ มุ่งเป้าสู่เมืองไมซ์อัจฉริยะ  [14 ม.ค. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260