พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพฤหัสบดีที่10
มกราคม 2562

» รฟท. จับมือสวทช. ร่วมกันวิจัยพัฒนาและส่งเสริมการทดสอบอุปกรณ์ระบบรางให้ได้มาตรฐานสากล รองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย -จีน


การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมลงนามความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการวิจัยและส่งเสริมมาตรฐานการทดสอบสำหรับผลิตภัณฑ์ระบบราง หวังยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านระบบรางในประเทศไทย และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รวมถึงรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และรถไฟสายอื่น ๆ ในอนาคต

วรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะระบบรางให้มีความทันสมัยเทียบเท่านานาประเทศ พร้อมกับจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งระบบรางของประเทศ รฟท. จึงจัดทําข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและส่งเสริมมาตรฐานการทดสอบสําหรับผลิตภัณฑ์ระบบรางกับ สวทช.เพื่อส่งเสริมมาตรฐานและการทดสอบสําหรับผลิตภัณฑ์ระบบราง การยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านระบบรางในประเทศไทย ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การพัฒนาชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟที่มีศักยภาพการผลิตในประเทศ เช่น วัสดุทางรถไฟ และวัสดุอื่น ๆ ให้มีมาตรฐานสากลแข่งขันทางธุรกิจกับต่างประเทศ การยกระดับความสามารถในการผลิตของผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพสูงเพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตชิ้นส่วนรถไฟ การศึกษาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานการให้บริการ มาตรฐานการทดสอบในด้านผลิตภัณฑ์และการรับรองมาตรฐานการผลิตในด้านอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

สำหรับการทำงานร่วมกับ สวทช.นั้น ในระยะเริ่มต้น รฟท.จะริเริ่มส่งเสริมมาตรฐานและการทดสอบสำหรับผลิตภัณฑ์ระบบรางในชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนน้อยก่อน แล้วสั่งสมประสบการณ์เพื่อต่อยอดไปผลิตชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นต่อไป เพื่อลดภาระการนำเข้าสินค้า การสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ รวมถึงเตรียมพร้อมสู่การขยายโครงข่ายระบบขนส่งทางรางในอนาคต ปรับจากผู้ซื้อมาเป็นประเทศผู้ผลิต เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเป็นโมเดลที่สอดคล้องกับหลายประเทศที่ได้มีการลงทุนพัฒนาระบบขนส่งทางรางเกิดขึ้น

ภายในรถระบบทดสอบเคลื่อนที่ งานโทรคมนาคมและรถไฟฟ้าความเร็วสูง

ในขณะนี้กำลังร่างทีโออาร์ (Term of Reference) การจัดหาแคร่สินค้า ซึ่งเดิมจะซื้อหรือนำเข้าจากต่างประเทศ เสียภาษี 0 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโครงประธานของแคร่สามารถต่อภายในประเทศได้ ที่สำคัญคือ วัสดุเหล็กเหนียว หากนำเข้าจะเสียภาษี ดังนั้นจะหารือกับผู้ผลิตเหล็กในประเทศ หากสามารถผลิตได้เอง และเปรียบเทียบต้นทุนแล้วไม่แตกต่างจากการนำเข้า จะเริ่มการประกอบรถสินค้าในประเทศ เพราะจะช่วยให้เกิดการจ้างงานในประเทศก่อน ช่วงแรก ๆ อาจจะยังไม่ช่วยลดต้นทุนมากนัก แต่จะต้องเริ่มต้น ส่วนการลดต้นทุนต้องดูกันระยะยาว ที่สำคัญหากผู้ประกอบการไทยมีความรู้ความสามารถที่จะผลิตชิ้นส่วนระบบราง ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟได้เองก็จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศที่เกี่ยวข้องมีความยั่งยืน สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.มีเป้าประสงค์สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การวิเคราะห์ และทดสอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบรางให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ในประเทศและต่างประเทศยอมรับอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากการต่อยอดอุตสาหกรรมในประเทศที่มีอยู่แล้ว หรือยกระดับชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มีในประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรมระบบราง ในส่วนระยะเวลาของการวิจัยนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นงานประเภทใด หากเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ซับซ้อนก็จะใช้เวลาไม่นาน แต่หากเป็นชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงก็จะต้องใช้เวลามากขึ้นด้วย

.

การลงนามในครั้งนี้ สวทช. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของการรถไฟอย่างเต็มที่ โดย สวทช. อยู่ห่างจากสถานีรถไฟเชียงรากน้อยเพียง 3 กิโลเมตร ซึ่งในอนาคตบริเวณดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อม ซึ่ง สวทช. จะช่วยทั้งเรื่องการทำงานวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนเพื่อป้อนเข้าสู่โรงซ่อมแห่งนี้ โดยในขอบเขตความร่วมมือ สวทช. จะทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนห้องปฏิบัติการทดสอบในประเทศเพื่อให้บริการทดสอบ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในระบบราง ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล สามารถนำไปใช้ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รวมถึงรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และรถไฟสายอื่น ๆ ในอนาคต

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงแรก (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) การรถไฟแห่งประเทศไทย และ สวทช. ในฐานะคณะอนุกรรมการจัดทำสัญญางานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งขบวนรถไฟและการฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) ได้ร่วมกันดำเนินการจัดทำแผนแม่บทการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีกับจีนภายใต้สัญญา 2.3 โดยนำร่องในผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่ม ใน 26 รายการ

นอกจากนี้ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมให้ความรู้ต่อยอดงานวิจัยใหม่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการงานวิจัยที่มีอยู่เพื่อผลิตเป็นชิ้นส่วนสำหรับใช้ในระบบรางของไทยจากฝีมือคนไทย ให้คำปรึกษาผู้ผลิตผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในประเทศให้ผลิตชิ้นส่วนระบบรางเทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งหากทำได้ก็จะช่วยลดการสั่งซื้ออะไหล่และชิ้นส่วนระบบรางจากต่างประเทศได้ปีละหลายล้านบาท ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการพัฒนาระบบขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง และได้จัดทำยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งระบบรางของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนระบบรางของไทย ให้สามารถรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

Main


ข่าวใหม่

•  จุฬาฯ จัดเสวนา “ฝ่าวิกฤตรับมือฝุ่น PM 2.5” [17 ม.ค. 2562]

•  ซิสโก้ - เอ.ที. เคียร์เน่ ชี้อุตสาหกรรมภาคการผลิตของไทยอีก 10 ปีข้างหน้าเติบโตถึง 1.6 ล้านล้านบาท  [15 ม.ค. 2562]

•  เทรนด์ไมโครคาดการณ์สถานการณ์ความปลอดภัยประจำปี 2019 [15 ม.ค. 2562]

•  ทีม “LawU” คว้า 3 รางวัลจากงาน Young Webmaster Camp  [14 ม.ค. 2562]

•  สระบุรีเตรียมแผนพลิกถนน “สุดบรรทัด” ครั้งใหญ่ 21 ม.ค. ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานรากแห่งใหม่ มุ่งเป้าสู่เมืองไมซ์อัจฉริยะ  [14 ม.ค. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260