พบกับวารสาร Engineering Today ในรูปแบบ Hard Copy ตามงานแสดงสินค้าชั้นนำต่างๆ และรูปแบบของ E-Magazine ได้ที่ ookbee จะติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่28
พฤศจิกายน. 2560

» ผลกระทบของพายุดิจิทัล (Digital Vortex) ในปี 2560 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม


ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว (Digital Disruption) สร้างความกังวลใจให้กับบริษัทส่วนใหญ่ในปี 2558 และตอนนี้ได้เกิดผลกระทบต่อบริษัทครึ่งหนึ่งของโลก และได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาสำคัญสูงสุดสำหรับผู้บริหารองค์กร

ผลการวิจัยล่าสุดเผยให้เห็นถึงข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับประเด็นที่ว่าสถานะของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ผลการศึกษาดังกล่าวจากศูนย์ปฏิรูปธุรกิจดิจิทัลทั่วโลก (Global Center for Digital Business Transformation หรือ DBT Center) ภายใต้โครงการความร่วมมือของ IMD และซิสโก้ ได้มาจากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารหลายร้อยคน รวมถึงข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น ผู้ร่วมลงทุน (Venture Capitalist) ได้ลงทุนในธุรกิจใดบ้าง

ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบของพายุดิจิทัล หรือ “Digital Vortex” ซึ่งหมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยจะมีการพัฒนาไปสู่ “ศูนย์กลางดิจิทัล” ที่โมเดลธุรกิจและมูลค่าถูกแปลงเป็นดิจิทัลในขอบเขตที่กว้างที่สุด พายุดิจิทัลนี้จะแยกแหล่งที่มาของมูลค่าทางกายภาพและมูลค่าดิจิทัลออกจากกัน ก่อให้เกิด “องค์ประกอบ” ที่ผสานรวมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และทำลายเส้นแบ่งระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ

อุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางพายุดิจิทัล มากที่สุดจะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด ขณะที่อุตสาหกรรมรอบนอกอาจได้รับผลกระทบอย่างฉับพลันในระดับที่น้อยกว่า โดยรวมแล้ว อุตสาหกรรมทั้งหมดได้เคลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น โดยศูนย์กลางที่ว่านี้เป็นจุดที่ความเร็วและขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับสูงสุด และไม่มีอุตสาหกรรมใดที่สามารถหลีกหนีกระแสของ Digital Vortex ได้ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งเชิงสัมพัทธ์ของบางอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนไปจากการประเมินครั้งล่าสุดเมื่อปี 25581 (ดูรูปที่ 1)

เกี่ยวกับการศึกษานี้

Global Center for Digital Business Transformation ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารองค์กรธุรกิจ 636 คนใน 44 ประเทศใน 14 กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริหารที่มีต่อ Digital Disruption ข้อมูลนี้ถูกเสริมด้วยแหล่งข้อมูลจาก CB Insights และ The Wall Street Journal

การจัดอันดับอ้างอิงจาก 4 ปัจจัยหลักสำหรับการประเมิน ซึ่งได้แก่:
1. การลงทุน: ผู้ร่วมลงทุนได้ลงทุนในธุรกิจใดบ้าง แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม
2. กรอบเวลา: Digital Disruption มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรและในอัตราที่เท่าไหร่ แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม
3. วิธีการ: ความแข็งแกร่งของอุปสรรคขัดขวางการเข้าร่วมขององค์กรที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางด้านดิจิทัล (Digital Disruptor) แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม
4. ผลกระทบ: ขอบเขตของความเปลี่ยนแปลง แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม 

ประเด็นสำคัญ

1. ห้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ สื่อและบันเทิง, สินค้าและบริการด้านเทคโนโลยี, ค้าปลีก, บริการด้านการเงิน และโทรคมนาคม ซึ่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในผลการศึกษาใหม่นี้
2. อัตราการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกิดขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เนื่องจาก:
• การสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่รวดเร็วขึ้น
• การเกิดขึ้นของธุรกิจ Startup จำนวนมากที่มีเงินทุนแข็งแกร่ง
• การเติบโตของธุรกิจยักษ์ใหญ่ของจีน เช่น Alibaba และ Tencent

พายุดิจิทัล (Digital Vortex) ส่งผลกระทบอย่างไรต่ออุตสาหกรรมในปี 2560

Michael Wade

ห้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากสุดยังคงเหมือนกับเมื่อปี 2558 โดยอุตสาหกรรมเหล่านี้ ซึ่งได้แก่ สื่อและบันเทิง สินค้าและบริการด้านเทคโนโลยี ค้าปลีก บริการด้านการเงิน และโทรคมนาคม มีคุณสมบัติร่วมบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน ทำให้มีความไวต่อ Digital Disruption มากเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น สินค้าและบริการหลักในอุตสาหกรรมเหล่านี้ เช่น เพลง การสื่อสาร ซอฟต์แวร์ และเงิน สามารถแปลงเป็นดิจิทัลได้ ยิ่งไปกว่านั้น อุตสาหกรรมเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้ส่วนใหญ่จากโมเดลธุรกิจแบบที่ขายให้แก่ผู้บริโภค (Business-to-Consumer)

อันดับ 1 ในปี 2560 เป็นของธุรกิจสื่อและบันเทิง ซึ่งเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์ โซเชียลมีเดีย ทีวี เพลง และภาพยนตร์ ระดับการแข่งขันระหว่างยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม เช่น ผู้ผลิตคอนเทนต์ ค่ายเพลง สำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์ และอื่นๆ ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนผู้เล่นรายใหม่อย่างเช่น Amazon และ Facebook รวมไปถึงยักษ์ใหญ่รายใหม่ๆ อย่างเช่น Netflix ก็ได้สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมภายในอุตสาหกรรมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสื่อและบันเทิงไม่ได้เผชิญปัญหาตามลำพัง เพราะการเปลี่ยนแปลงมีอัตรารวดเร็วในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เนื่องจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่รวดเร็วขึ้น การเกิดขึ้นของธุรกิจ Startup จำนวนมากที่มีเงินทุนแข็งแกร่ง และการเติบโตของธุรกิจยักษ์ใหญ่ของจีน เช่น Alibaba และ Tencent ส่วนอุตสาหกรรมที่อยู่รอบนอกจุดศูนย์กลางของ Digital Vortex (กลุ่ม “สีน้ำเงิน” ในรูปที่ 1) ก็เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน เช่น ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่เคลื่อนเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางมากขึ้น เพราะมีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดน้อยกว่า มีการใช้เครื่องมือด้านการตลาดดิจิทัลที่ก้าวล้ำ ประกอบกับผู้ค้าปลีกออนไลน์ เช่น Amazon และ Alibaba มีอำนาจเพิ่มมากขึ้น ส่วนธุรกิจบริการระดับผู้เชี่ยวชาญเพิ่งเข้ามาในการจัดอันดับอุตสาหกรรมของเรา โดยอยู่ในอันดับที่ 8 และได้รับแรงกดดันจากหลายๆ ด้าน เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง บ็อตให้คำแนะนำที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificially Intelligence) และไซต์ทำงานสำหรับระบบเศรษฐกิจที่ผู้ทำงานรับงานมาเป็นครั้งๆ (Gig Economy) เช่น UpWork, Freelancer และ Fiverr อุตสาหกรรมเหล่านี้เริ่มที่จะรู้สึกถึงผลกระทบของ Digital Disruption อย่างเต็มที่

ตำแหน่งอันดับ 1... เป็นของธุรกิจสื่อและบันเทิง ซึ่งเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์ โซเชียลมีเดีย ทีวี เพลง และภาพยนตร์

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมแบบ B2B (Business-to-Business) ที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก อยู่ส่วนรอบนอกสุดของกระแส Digital Vortex (กลุ่ม “สีเขียว” ในรูปที่ 1) โดยได้รับผลกระทบน้อยมากจาก Digital Disruption อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางของกระแส Digital Vortex อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ที่ได้รับแรงกดดันมหาศาลจากเทคโนโลยีต่างๆ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์ไฟฟ้า และบริษัทที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เช่น Amazon Logistics และ Uber ส่วนธุรกิจการแพทย์และพลังงานก็เผชิญกับแรงกดดันด้านการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหม่ๆ เช่นกัน และเริ่มที่จะสนใจอย่างจริงจังเกี่ยวกับภัยคุกคามของ Digital Disruption ดังจะเห็นได้จากการลงทุนในเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจทางด้านดิจิทัล

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

Andy Noronha

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Disruption ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่จับต้องไม่ได้ กล่าวคือ ราวครึ่งหนึ่งของผู้บริหารที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า Digital Disruption กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เปรียบเทียบกับตัวเลขเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ในปี 2558 (ดูรูปที่ 2) นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัลยังได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูงเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2558 ประเด็นเรื่อง Digital Disruption 45 เปอร์เซ็นต์มองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ควรได้รับความสนใจจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทที่ตอบแบบสอบถาม แต่ในปี 2560 มีเพียง 17 เปอร์เซ็นต์ที่รู้สึกเช่นนั้น

ผู้บริหารตระหนักถึงผลกระทบทั้งแง่บวกและแง่ลบของ Digital Disruption เพิ่มมากขึ้น โดยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า Digital Disruption จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรม ในทางตรงกันข้าม มีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ที่รู้สึกเช่นนั้นในช่วงปี 2558 (ดูรูปที่ 3 ในหน้าถัดไป) ที่สำคัญก็คือ ผู้บริหารกว่า 3 ใน 4 คนมองว่า Digital Disruption ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรม “อย่างมาก” หรือ “มากที่สุด” ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงแค่ 2 ปี

ประเด็นสำคัญ
1. ผู้บริหารราวครึ่งหนึ่งระบุว่า Digital Disruption เกิดขึ้นแล้วในอุตสาหกรรมที่พวกเขาดำเนินธุรกิจอยู่
2. ในปี 2558 ราว 45 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทระบุว่า Digital Disruption ไม่ใช่ประเด็นที่ควรได้รับความสนใจจากคณะกรรมการบริหาร แต่ปัจจุบันมีเพียง 17 เปอร์เซ็นต์ที่รู้สึกเช่นนั้น

ประเด็นสำคัญ
1. ราว 31 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริหารระบุว่าองค์กรของตนกำลังมีนโยบายตอบสนองต่อ Digital Disruption อย่างจริงจัง ขณะที่ผลการศึกษาเมื่อปี 2558 มีเพียงแค่ 25 เปอร์เซ็นต์
2. 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงเชื่อว่าผู้บริหารองค์กรไม่เข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามของ Digital Disruption

องค์กรต่างๆ มีความตื่นตัวมากขึ้นในการรับมือกับ Digital Disruption อย่างไรก็ตาม ดังที่แสดงในรูปที่ 4 ในปี 2558 ผู้บริหารเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าองค์กรของตนตอบสนองต่อ Digital Disruption อย่างจริงจัง และตัวเลขนี้เพิ่มเป็น 31 เปอร์เซ็นต์ในปี 2560 อย่างไรก็ตาม 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงรู้สึกว่าผู้บริหารองค์กรของตนไม่เข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามนี้ หรือตอบสนองอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งปรับปรุงดีขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปี 2558

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัลเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าเดิมอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ผู้บริหารตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน และมีการตอบสนองที่ดีขึ้น แต่ข้อมูลวิเคราะห์ยังคงชี้ว่ามีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง “การรับรู้ถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กร” กับ “การดำเนินการปฏิรูปสู่ธุรกิจดิจิทัลให้เป็นผลสำเร็จ (Digital Business Transformation)” อย่างแท้จริง

อ้างอิงท้ายเรื่อง “Digital Vortex: How Digital Disruption Is Redefining Industries,” Global Center for Digital Business Transformation, 2015, http://www.imd.org/globalassets/dbt/docs/ digital-vortex

Main


ข่าวใหม่

•  อินเตอร์ลิ้งค์วางใจให้ซีเมนส์ผลิตรถไฟฟ้าอัตโนมัติ APM สำหรับขนส่งผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ [15 ธ.ค. 2560]

•  บีเอเอสเอฟเปิดโรงงานสีพ่นเคลือบยานยนต์แห่งใหม่ในไทย ชูจุดเด่นเป็นแห่งแรกในอาเซียนที่ผลิตสีพ่นเคลือบทั้ง 2 ประเภท  [15 ธ.ค. 2560]

•  บี.กริม เพาเวอร์ คว้า 3 รางวัลระดับโลก [12 ธ.ค. 2560]

•  แลนเซสส์ (LANXESS) เผยยอดขายทั่วโลกในไตรมาส 3 ของปี 2560 เพิ่มขึ้นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ [12 ธ.ค. 2560]

•  งาน ZONTA SAYS NO TO VIOLENCE AGAINST WOMEN ประจำปี 2560  [6 ธ.ค. 2560]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260