|
สร้างเครือข่ายปลูกสบู่ดำ 500 ไร่ ในสามอำเภอใกล้เคียง
ปัจจุบันเรามีเครือข่ายที่ปลูกสบู่ดำแล้วถึง 400-500 ไร่ ในอำเภอวังน้ำเขียว อำเภอปักธงชัย ตำบลภูคราม อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีวิธีการว่าถ้าชาวบ้านไม่มีทุน ทางกลุ่มจะมีกล้าสบู่ดำให้ไปปลูกก่อน พอได้ผลผลผลิต ทางกลุ่มก็หักค่าทุนค่าต้นไป หรือเรียกว่า ธนาคารชาวบ้าน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน อำเภอวังน้ำเขียว จึงไม่เป็นเพียงแหล่งศึกษาหาความรู้ทางด้านเกษตรอินทรีย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่สำหรับการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานทดแทนในชุมชน และขณะนี้ทางศูนย์สานต่อโครงการด้านพลังงานทดแทน โดยเปิดโครงการ ถนนพลังงาน โดยที่ว่าการอำเภอได้รับงบประมาณจากกรมทางหลวงชนบททำถนนลาดยางระยะทางประมาณสองกิโลเมตร ทางศูนย์ฯจึงอาศัยพื้นที่ว่างสองข้างทาง ปลูกสบู่ดำตลอดแนวจากที่ว่าการอำเภอ ถึงศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้านวังน้ำเขียวอีกด้วย
และในอนาคตอันใกล้ ชาวบ้านชุมชนวังน้ำเขียวแห่งนี้ คงจะได้สัมผัสกับความสุขอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริอย่างแท้จริง อำนาจ กล่าว
ต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไบโอดีเซลที่ผลิตจึงได้มาตรฐาน
สำหรับกระบวนการผลิตไบโอดีเซล ที่ชุมชนวังน้ำเขียว มีขั้นตอนดังนี้ เริ่มจากนำน้ำมันใช้แล้วต้มใส่ถังทั่วไปควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 60 c และต้องเติมแอลกฮอลล์ ไปผสมกับแอลกอฮอล์ โดยมีเบส (ด่าง) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 60-65 c ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ ส่วนแอลกอฮอล์สามารถใช้ได้ทั้งเอทิลแอลกอฮอล์และเมทิลแอลกอฮอล์ หลังจากปฏิกิริยาสมบูรณ์และปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการแยกชั้นของไบโอดีเซลและกลีเซอรีน แล้วนำไบโอดีเซลที่ได้ไปล้างน้ำ จากนั้นจึงกำจัดน้ำออกจากไบโอดีเซล ก็จะได้ไบโอดีเซลบริสุทธิ์พร้อมใช้งา
|
กระบวนการผลิตไบโอดีเซลค่อนข้างง่ายไม่ซับซ้อน แต่การจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานฯ จะต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค อย่างไรก็ตามในมุมมองของคนที่คลุกคลีเรื่องการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันใช้แล้วมานาน คิดว่าไบโอดีเซลที่ได้จากสบู่ดำน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าไบโอดีเซลที่ได้จากน้ำมันที่ใช้แล้ว เนื่องจากความบริสุทธิ์ของน้ำมันที่บริสุทธิ์มากกว่าและปริมาณที่ได้มากกว่า อำนาจ กล่าว |
นอกจากกลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวจะผลิตไบโอดีเซลจากสบู่ดำแล้ว ยังผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งดำเนินการผลิตมากว่า 10 ปี โดยรับซื้อน้ำมันที่ใช้แล้วทั้งจากพืชและไขมันสัตว์จากชาวบ้านในราคาที่รับซื้ออยู่ที่ 6-10 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ในน้ำมันหนึ่งลิตร หากการผ่านกระบวนการแล้วจะเหลือประมาณ 70% ซึ่งเป็นน้ำมันบริสุทธิ์สามารถนำมาใช้ได้ทันที
มอบเครื่องผลิตไบโอดีเซลให้ชุมชนวังน้ำเขียว สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
ด้าน สิริพร ไศละสูต อดีตอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวถึงการพัฒนาและส่งเสริมการผลิตไบโอดีเซลว่า เป็นหนึ่งแนวทางการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการของพพ.ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ 1. เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับชุมชน โดยผลิตไบโอดีเซลจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อนำมาใช้สำหรับกิจกรรมภายในชุมชนเอง แทนการใช้น้ำมันดีเซลในระดับหนึ่ง 2.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองด้านพลังงาน และสร้างความเข้มแข็งมากขึ้น 3.เพื่อเป็นชุมชนต้นแบบด้านการผลิตและการใช้ไบโอดีเซล ซึ่งในปีพ.ศ.2548 พพ.ได้จัดทำชุมชนต้นแบบสองชุมชนได้แก่ ชุมชนวัดพยัคฆาราม จังหวัดสุพรรณบุรี และชุมชนนาหว้า จังหวัดนครพนม มาในปีพ.ศ.2549 พพ.ได้ขยายผลเพิ่มขึ้นอีก 60 ชุมชน ภายใต้ชื่อโครงการ ไบโอดีเซล 60 ชุมชน เพื่อถวายในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การที่พพ.จัดทำโครงการ ไบโอดีเซล 60 ชุมชนเพื่อถวายในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ชุมชน และส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองด้านพลังงาน โดยได้คัดเลือกชุมชนต่างๆ ที่มีศักยภาพทั้งในด้านวัตถุดิบ บุคลากร และความพร้อมด้านอื่นๆ เพื่อจัดตั้งเป็นชุมชนต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนใกล้เคียง โดย พพ.จะสนับสนุนระบบผลิตไบโอดีเซลขนาด 100 ลิตร/วัน รวมทั้งอบรมให้ความรู้ทางด้านเทคนิค และติดตาม สนับสนุนการดำเนินงานของชุมชน เพื่อให้ได้ไบโอดีเซลที่มีคุณภาพ โดยกลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวเป็นหนึ่งในจำนวน 60 ชุมชน ที่ได้รับการคัดเลือกจาก พพ.
พพ. เสนอให้กลุ่มสหกรณ์สบู่ดำ อิงระบบธนาคารข้าว
สิริพร ยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับชุมชนอำเภอวังน้ำเขียวว่า เป็นศูนย์การเรียนของชาวบ้านซึ่งตัวชุมชนมีความตื่นตัวพอสมควร คาดว่าในอีกระยะหนึ่งคงจะสามารถพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้และผลิตไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์และมีมาตรฐานเทียบเท่าน้ำมันปิโตรเลียมได้ ในขณะเดียวกัน พพ. ก็จะพัฒนาพันธุ์กับมหาวิทยาลัย ส่วนราชการที่วิจัย เพื่อให้มีผลผลิตสูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อที่จะให้ผลผลิตในน้ำมันไบโอดีเซลมากขึ้น
พพ.ได้เสนอให้กลุ่มสหกรณ์ที่ได้รับเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากสบู่ดำ นำระบบธนาคารชุมชนมาใช้ ในลักษณะเดียวกับธนาคารข้าวในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อได้ผลผลิตก็จะฝากข้าวไว้กับธนาคารก็จะมีคณะกรรมการบริหารจัดการ ใครไม่มีพันธุ์ข้าวก็จะมายืมพันธุ์ข้าวกับธนาคาร หรือใครไม่มีข้าวเพื่อบริโภคก็จะขอยืมไปก่อนแล้วก็สามารถนำมาคืนเมื่อตนเองผลิตได้ ซึ่งสบู่ดำที่ปลูกในพื้นที่ตัวเอง หากยังไม่ต้องการใช้ก็สามารถนำสบู่ดำมาฝากได้ ถ้าต้องการใช้ก็สามารถเบิกไปใช้ได้ ในขณะเดียวกันคณะกรรมการสามารถนำมาผลิตไบโอดีเซลได้ก่อนแล้วให้กับคนที่ต้องการใช้จะเป็นในลักษณะแลกเปลี่ยนหรือการซื้อขาย ขึ้นอยู่กับการจัดการ
จัดตั้งระบบไบโอดีเซลชุมชน กว่า 40 ชุมชนทั่วประเทศ
ปัจจุบัน พพ.ได้จัดตั้งระบบไบโอดีเซลชุมชนแล้วกว่า 40 ชุมชนทั่วประเทศ เช่น ภาคเหนือ ที่ชุมชนท่าตะโก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เครือข่ายเกษตรกร อ.พาน อ.พาน จ.เชียงราย เทศบาลตำบลอุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน ภาคกลาง ที่ศูนย์สาธิต อุทัยธานี อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี อบต.เขาดิน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ศูนย์อินแบ่ง อ.กุดบาก จ.สกลนคร ภาคใต้ ที่ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ชุมชนท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.ภูเก็ต และภาคตะวันออก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินช้อนฯ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และวิสาหกิจชุมชนพลังงานทดแทนจากสบู่ดำ อ.เมือง จ.ระยอง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีชุมชนที่ผ่านโครงการแล้ว 43 ชุมชน และ 17 ชุมชนอยู่ระหว่างดำเนินการ และจะติดตั้งเพิ่มเติมให้ครบ 60 ชุมชนภายในสิ้นปีนี้ โดยมีชุมชนที่ได้รับมอบเครื่องผลิตไบโอดีเซลแล้วจำนวน 4 เครื่อง ๆ ละ 250,000 บาท และเครื่องหีบ ซึ่งมีราคาประมาณ 60,000 -70,000 บาท
| โครงการเหล่านี้จะสามารถขยายใหญ่ได้ถ้ามีวัตถุดิบเพียงพอ และพพ.ก็จะพัฒนาน้ำมันไบโอดีเซลให้สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์มีมาตรฐานเทียบเท่ากับมาตรฐานโลก เพราะตอนนี้มีไบโอดีเซลสองประเภท ประเภทแรกเป็นมาตรฐานที่เราเรียกว่า บี 100 สามารถเติมกับรถที่มีความเร็วสูงได้ และไบโอดีเซลชุมชนที่มีมาตรฐานต่ำกว่าประเภทแรก ซึ่งกับเครื่องจักรกลการเกษตร โดยพพ.จะพัฒนาเครื่องผลิตไบโอดีเซลให้ไปสู่มาตรฐานบี 100 ในปีพ.ศ. 2550 |
ตั้งศูนย์สาธิตต้นแบบ ให้ความรู้ไบโอดีเซลแก่เกษตรกรทั่วไทย
รศ.ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า จากสภาวะวิกฤตพลังงาน ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้รับความเดือดร้อน สบู่ดำ ถือเป็นพืชที่อยู่ในกระแสแรงที่สุดในยามนี้ ทำให้เกษตรกรทั้งหลายพากันสนใจที่จะทำการปลูก แต่ปัญหาที่สำคัญคือ ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ของสบู่ดำ และการทำไบโอดีเซลของเกษตรกรยังมีน้อยมาก จึงได้จัดตั้งศูนย์สาธิตต้นแบบขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั้งภาคเหนือ กลาง ตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ รวม8 แห่งได้แก่ ศูนย์สาธิตระยอง ศูนย์สาธิตวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ศูนย์สาธิตเขื่องใน จ.อุบลราชธานี ศูนย์สาธิตกุดบาก จ.สกลนคร ศูนย์สาธิตสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ศูนย์สาธิตบ้านดุง จ.อุดรธานี ศูนย์สาธิตหนองฉาง จ.อุทัยธานี และ ศูนย์สาธิตบ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดยที่ศูนย์สาธิตจะทำการอบรมและถ่ายทอดความรู้อย่างครบวงจร กับกระบวนการผลิตน้ำมันจากสบู่ดำ ตั้งแต่เขตเกษตรกรรม การเลือกพันธุ์ ปลูก เก็บเกี่ยว และแปรรูป รวมถึงการตั้งกลุ่มหรือ จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่างมีระบบ ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีการผลิตและใช้น้ำมันไบโอดีเซลแบบพึ่งพาตนเอง
แนวทางการดำเนินโครงการไบโอดีเซล 60 ชุมชน เพื่อถวายในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของพพ.
- คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั้งในด้านวัตถุ บุคลากร และความพร้อมอื่นๆ เพื่อจัดตั้งเป็นชุมชนต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนใกล้เคียงต่อไป
- สนับสนุนระบบผลิตไบโอดีเซลขนาด 100 ลิตร/วัน และอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับชุมชน (กรณีที่ชุมชนมีการปลูกสบู่ดำอยู่แล้ว พพ.จะเข้าไปสนับสนุนเครื่องหีบสบู่ดำให้กับชุมชนด้วย)
- อบรมให้ความรู้ทางด้านเทคนิคการผลิตไบโอดีเซลให้กับชุมชน และติดตาม สนับสนุนการดำเนินงานของชุมชน โดยที่ชุมชนจะต้องจัดเตรียมสถานที่สำหรับติดตั้งระบบผลิตไบโอดีเซล พร้อมอุปกรณ์ รวมถึงบุคลากรเพื่อดำเนินการผลิต ดูแลรักษา และบริหารจัดการโครงการ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัตถุดิบและค่าการผลิต ซึ่งชุมชนนั้นๆ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ เป็นชุมชนที่มีการรวมตัวกันอย่างน้อยสามหมู่บ้าน
- มีบุคลากรอย่างน้อย 7 คน ร่วมรับผิดชอบในการบริหารจัดการโครงการฯ
- สามารถรวบรวมวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อผลิตไบโอดีเซลอย่างน้อย 200 ลิตร/สัปดาห์
- มีความต้องการใช้น้ำมัน 100 ลิตร/วัน
- สามารถจัดหาโรงคลุมอย่างน้อย 4X4 ตารางเมตร พร้อมระบบน้ำและไฟฟ้า บนพื้นที่ของชุมชน เพื่อติดตั้งระบบไบโอดีเซล และสามารถดำเนินการผลิตและบริหารจัดการต่อไปได้ด้วยชุมชนเอง
|