Food Innopolis สวทช. เปิดบ้านเครือข่ายวิจัยชาและกาแฟภาคเหนือ หนุนผู้ประกอบการชา-กาแฟ สร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์


Food Innopolis สวทช. เปิดบ้านเครือข่ายวิจัยชาและกาแฟภาคเหนือ หนุนผู้ประกอบการชา -กาแฟ สร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) จัดกิจกรรม “Site Visit: Food Pilot Plant Facilities #3 เปิดบ้านเครือข่าย Food Innopolis ภาคเหนือ” ในโครงการ “Tea & Coffee Innovation Trip” เพื่อเรียนรู้ระบบชาและกาแฟ ทั้งในเชิงศิลปะและอุตสาหกรรม รวมถึงเข้าเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบ เครื่องมืออุปกรณ์ บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้เกิดการบูรณาการและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งนำไปสู่การส่งเสริมศักยภาพและขีดความสามารถของอุตสาหกรรมชาและกาแฟ รวมถึงอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องของประเทศในอนาคต ณ จังหวัดเชียงราย

วิจัยชา-กาแฟ

Food Innopolis พร้อมหนุนผู้ประกอบการชา-กาแฟ เร่งทำนวัตกรรมมากขึ้น

สุธีรา อาจเจริญ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Food Innopolis สวทช. กล่าวว่า Food Innopolis จะทำงานในลักษณะเครือข่ายร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงสถาบันวิจัยต่างๆ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยได้สนับสนุนผู้ประกอบการอาหารโดยเฉพาะด้านชาและกาแฟให้มีการทำนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงระบบชาและกาแฟ

สุธีรา อาจเจริญ

สำหรับกิจกรรม Site Visit: Food Pilot Plant Facilities #3 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมและเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบ เพื่อผลักดันให้เกิดการเพิ่มศักยภาพงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยพัฒนาร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างธุรกิจเทคโนโลยี โดยหน่วยงานเครือข่ายที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วย อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Science and Technology Park, Chiang Mai University: STeP), คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนากาแฟล้านนาไทย (Lanna Thai Coffee Development Center) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

“ผู้ประกอบการจะได้รับความรู้ และสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และนวัตกรรมมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นด้านของการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสและการทดสอบผู้บริโภค บริการวิเคราะห์ทดสอบทางเคมี มาตรฐานการทดสอบในระดับสากล รวมถึงการบริการเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการปลูก การจัดการคุณภาพของผลผลิต และการคัดแยกคุณภาพเมล็ด การบริการลดความชื้นเมล็ด บริการคลินิกเกษตรเพื่อการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งการให้คำแนะนำเพื่อการขึ้นทะเบียนแปลงปลูกตามระบบรับรองการผลิต” สุธีรา กล่าว

STeP เป็นสะพานเชื่อมระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม ผลักดันให้เพิ่มศักยภาพงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย

รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) กล่าวว่า STeP เป็นหน่วยงานในส่วนงานวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม (University Industry Linkage: UIL) เพื่อผลักดันให้เกิดการเพิ่มศักยภาพงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยพัฒนาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีเริ่มต้น (Tech Startups)

STeP ดำเนินงานบนพื้นฐานของการบูรณาการทรัพยากรของมหาวิทยาลัย ทั้งผลงานการวิจัย นักวิจัย เครื่องมือวิจัย ตลอดจนห้องปฏิบัติการให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ยังมีหน่วยการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสและการทดสอบผู้บริโภคการ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน และบริการผู้ประกอบการ ด้านการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสและการทดสอบผู้บริโภค โดยเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณภาพตามมาตรฐานสากล รวมถึงโรงงานต้นแบบ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่พร้อมให้บริการทั้งหน่วยงานภายใน และผู้ประกอบการทางด้านอาหารในด้านต่างๆ ได้แก่ บริการงานการเรียนการสอนในคณะอุตสาหกรรมเกษตร บริการผลิตเพื่อทดลองตลาด รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์พัฒนากาแฟล้านนาไทย แหล่งความรู้ อุปกรณ์ด้านการผลิตกาแฟอะราบิกาครบวงจร

พัชนี สุวรรณวิศลกิจ

พัชนี สุวรรณวิศลกิจ นักวิทยาศาสตร์เกษตรศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์พัฒนากาแฟล้านนาไทย กล่าวว่า ศูนย์พัฒนากาแฟล้านนาไทย ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัย สาธิตและฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำหน้าที่รวบรวม ความรู้ อุปกรณ์ และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตกาแฟอะราบิกาแบบครบวงจร รวมถึงดําเนินการพัฒนากระบวนการแปรรูปเมล็ดกาแฟคั่วให้มีคุณภาพสูงด้วยเทคโนโลยีระดับสูง และบริการวิชาการให้กับผู้สนใจทั้งกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกาแฟ

Plant Factory วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร ตอบโจทย์เกษตรกร – ผู้ประกอบการทุกระดับ

ผศ.ดร.ทองเลียน บัวจูม

ผศ.ดร.ทองเลียน บัวจูม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯ มีหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการนี้ในส่วนของโรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory กลุ่มวิจัยฟาร์มอัจฉริยะและโซลูชั่นเกษตร เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรที่ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ ด้วยระบบการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการปลูกพืช ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ Food Machinery Research Center คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะให้การบริการทางวิชาการ และให้บริการเครื่องมือวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ทางด้านอาหาร รวมถึงกลุ่มเครื่องจักรกลอาหารทั้งภายในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอก และผู้ประกอบการเอกชน รวมถึงศูนย์การศึกษาด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะวิทยาการอาหารนานาชาติ (International Gastronomy Tourism Centre: iGTC) มีเป้าหมายในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่ด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมสมัยใหม่อีกด้วย

ศูนย์ความเป็นเลิศสำหรับผลิตเครื่องจักรแปรรูปอาหาร รองรับผู้ประกอบการเริ่มต้น และ SME

สำหรับหน่วยวิจัยเทคโนโลยีลดความชื้นและการอบแห้ง คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถูกจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2554 และดำเนินกิจกรรมด้านงานวิจัย ด้านการบริการวิชาการ โดยผลการดำเนินการที่ผ่านมา หน่วยวิจัยฯ ได้รับทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท เกิดรายได้เข้าสู่มหาวิทยาลัยไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ปัจจุบันหน่วยวิจัยฯ ได้ปรับแนวทางการจัดตั้งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศสำหรับการผลิตเครื่องจักรแปรรูปอาหาร สำหรับผู้ประกอบการเริ่มต้น และ SME เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.พัฒนาเครื่องแปรรูปอาหารด้วยนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีอย่างสูง เช่น การใช้ความดันสูงเทคนิค PEF RF Ohmic การแช่เยือกแข็งระบบ IQF สำหรับผู้ประกอบการเริ่มต้น และ SME 2. ให้บริการด้านเครื่องจักรอาหารสำหรับการทดสอบแปรรูปผลิต ด้วยเทคโนโลยีการแปรรูปชั้นสูง และ 3. จัดหาเครื่องจักรแปรรูปอาหารที่เหมาะสม โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชนในการพัฒนาเครื่องจักรตามความต้องการของผู้ประกอบการ

Vacuum Freeze Dryer

ภายในหน่วยวิจัยฯ มีเครื่องจักรแปรรูปอาหารสมัยใหม่ไว้สำหรับผู้ประกอบการ ทั้งเป็นเครื่องจักรที่ได้จากโครงการวิจัย และเครื่องจักรที่ได้ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นเอง เช่น เครื่องพาสเจอร์ไรซ์ด้วยความดันสูง (High Pressure Processing : HPP) เครื่องพาสเจอร์ไรซ์ด้วยเทคนิค Pulsed Electric Field : PEF เครื่องเร่งการออสโมติกด้วยเทคนิค PEFเครื่องสเตอริไลเซชั่นด้วยเทคนิค Ohmicเครื่องแช่เยือกแข็งระบบ IQF เครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหย เครื่องอบแห้งระบบลมร้อนด้วยกลไกต่าง ๆ

สถาบันชา มฟล. แหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยชา และผลิตภัณฑ์ชาของไทยที่มีประสิทธิภาพ

ดร จุฑามาศ นิวัฒน์

ดร จุฑามาศ นิวัฒน์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) กล่าวว่า มฟล.สนับสนุนเมืองนวัตกรรมอาหารในส่วนของดำเนินงานศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยงานที่ให้บริการเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยครบครัน มีสถานที่ และบุคลากรที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ โดยให้บริการสนับสนุนการเรียนการสอน งานวิจัยบริการวิชาการให้กับสังคม บริการวิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าทั้งจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งการตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบขั้นสูง ปัจจุบันห้องปฏิบัติการสอบเทียบศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน มอก.17025-2543 (ISO/IEC 17025:2005) สาขาการสอบเทียบมวล รายการการสอบเทียบเครื่องชั่งไฟฟ้า ตามวิธี UKAS-LAB14

ที่สำคัญคือ สถาบันชา ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีความพร้อมในการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบทางเคมีของชาและผลิตภัณฑ์ชา ให้กับผู้ปลูก ผู้ผลิต ผู้ประกอบการชา นักวิชาการ นักวิจัยและผู้สนใจทั่วไป เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยชาและผลิตภัณฑ์ชาของไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้บริการวิชาการและเทคโนโลยีเกี่ยวกับชาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชาของไทยให้ก้าวหน้าสู่ระดับสากล โดยห้องปฏิบัติการชามีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน วัสดุอุปกรณ์และสารเคมีที่มีความพร้อมสำหรับการดำเนินงานวิจัย รวมทั้งได้มีการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่การรับรองระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17025