รองนายกสมคิด มอบนโยบายให้ BOI จัดทำแพกเกจชักจูงนักลงทุนต่างประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า USA และจีน


รองนายกสมคิด มอบนโยบายให้ BOI จัดทำแพกเกจชักจูงนักลงทุนต่างประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า USA และจีน

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายและเป้าหมายในการชักจูงนักลงทุนต่างประเทศแก่ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ทำงานในเชิงรุก พร้อมจัดทำแพกเกจดึงดูดการลงทุน เน้นการเจรจาต่อรองพร้อมกิจกรรมทางการตลาดและมอบสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนและประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากปัญหาสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน ที่ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงนั้น ได้มอบหมายนโยบายให้ BOI เร่งกล้าคิดกล้าทำในการที่จะทำนโยบายอำนวยความสะดวกและแพกเกจต่าง ๆที่เหมาะสมและแตกต่างกันให้แก่นักลงทุนในแต่ละประเทศที่จะย้ายฐานการลงทุนมาประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน เช่น ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และยุโรป อย่างหัวเว่ย ที่เข้ามาช่วยทำ 5G ในไทยนั้นก็ถือว่าการประสานการทำงานและการลงทุนที่เข้ามาสร้างประโยชน์ให้ไทยและหัวเว่ยอย่างยิ่ง และในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่จะถึงนี้ ประธานบริษัทหัวเว่ยจะมาเจรจาธุรกิจเพิ่มเติมกับรัฐบาลไทย ซึ่งต้องมีการทำแพกเกจเพิ่มเติม จาก 5G คือต้องมีการทำอีโคซิสเต็ม (Eco System) เพิ่มเติมในการขยายความร่วมมือการลงทุน เรื่องบุคลากรที่จะแลกเปลี่ยนระหว่างกันและขั้นตอนการทำงานที่ตรงไหนมีข้อติดขัดให้เร่งแก้ไข หากแก้ไม่ได้ให้เร่งนำเสนอเพื่อที่จะได้ส่งคนที่เกี่ยวข้องมีความชำนาญเข้าไปช่วยเหลือต่อไป

กอบศักดิ์ ภูตระกูล

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายของท่านรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ที่ BOI นั้น เพื่อเร่งให้ BOI มีแผนและแนวทางในการขับเคลื่อนอย่างไรเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง สถานการณ์การค้าที่ไม่ได้ง่ายในปี พ.ศ. 2563 นั้นจึงต้องการให้มีการเร่งทำงานบูรณาการในองค์กร BOI หากทำอะไรติดขัดขอให้รีบแจ้งเพื่อที่จะได้ช่วยแก้ไขเพราะท่ามกลางของปัญหาเศรษฐกิจที่ล้อมรอบแต่ประเทศไทยก็สามารถที่จะฝ่าฟันมาได้ตลอด และในครั้งนี้ก็เช่นกันเชื่อว่าสามารถที่จะฝ่าฟันได้ หากร่วมมือกันทำงาน ซึ่ง BOI ต้องมองหาชักจูงนักลงทุนที่กำลังจะย้ายฐานการลงทุนจากปัญหาสงครามการค้า

“ในวันนี้ทาง BOI ได้เชิญหัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ 16 แห่ง มีใครที่คุยกับใครไว้บ้าง โอกาสอยู่ตรงไหน ความทุกข์ยากของเขาคืออะไร อยากให้เราช่วยเหลืออะไร แก้ไขอะไรบ้าง ถ้าเราเตรียมแผนรับมือไว้อย่างดีก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการชักชวนนักลงทุนเข้ามาได้เพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือต้องเร่งสร้างบุคลากรในองค์กรและต่างองค์กรที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมทำงาน และการทำแพกเกจต่าง ๆ ของทาง BOI จะนำเข้า ครม.เศรษฐกิจคาดว่าประมาณวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562 นี้ หรืออาจจะถัดไปอีกสัปดาห์ตามความเหมาะสมเพราะต้องให้หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือด้วย เช่น กนอ. ที่จะทำการจัดสรรที่ดินการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมที่นักลงทุนต้องการในพื้นที่เดียวกัน ล่าสุดจะมีกลุ่มประเทศเกาหลีใต้จะเข้ามาคุยกับไทยในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562 นี้ BOI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทำแพกเกจรองรับอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ ยังดูแลอุตสาหกรรมด้านการเกษตร และอาหารอีกด้วย” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว

ดวงใจ อัศวจินตจิตร์

ด้านดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวถึงการออกมาตรการหรือแพกเกจต่าง ๆ ของ BOI ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องมือในการชักจูงนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนนั้นว่า จะเป็นแพกเกจที่ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะการทำงานภายใน BOI แต่จะทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนด้วย ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะมาตรการของพื้นที่แต่จะพิจารณาถึงภาพรวมเท่านั้น แต่จะมีทีมเฉพาะกิจในการดูแล เฉพาะภูมิภาคการค้า

“วันนี้จะต้องจัดทีมดูแลเพิ่มเติม โดยมีเลขาฯ แต่ละภูมิภาคทำหน้าที่ขับเคลื่อนในการดูแลทีมเฉพาะกิจว่าด้วยเรื่องนักลงทุนที่ย้ายฐานการลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เนื่องจากอาจจะมีหลายประเด็นในทุกภูมิภาคที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกิจกรรมทางการตลาดในเรื่องที่จะไปชักจูงนักลงทุนบริษัทไหน เขาต้องการอะไร ต้องการลงทุนอย่างไรถึงจะจูงใจให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เราจะไปชักจูงแบบบูรณาการไม่ใช่เฉพาะในภาครัฐด้วยกันเท่านั้นแต่จะร่วมกับภาคเอกชนด้วย โดยเฉพาะกับธนาคารที่จะเข้าไปช่วยในเรื่องสินเชื่อในการลงทุน เพราะธนาคารให้เงิน ถ้ามาร่วมการลงทุนก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น รวมไปถึงการเร่งรัดขั้นตอนในการทำเอกสารต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เป็นการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้การลงทุนไทยดีขึ้น” ” เลขาธิการ BOI กล่าว

ในช่วงปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมามีนักลงทุนชาวจีนเข้ามาขอรับการลงทุนจาก BOI มูลค่า 25,000 ล้านบาท แต่ในปีช่วง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2562 นี้ ยอดการลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 50,000 ล้านบาท แสดงว่าการขยายตัวยังดี ส่วนคำขอลงทุนของนักลงทุนทั้งหมดในครึ่งปีหลัง มีคำขอรับการลงทุนแล้ว 758 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุน 232,000 ล้านบาท