เจเนเทค เปิดสำนักงานในไทย ชูจุดแข็ง Unified Security Platform เดินหน้ารุกตลาดสนามบิน – สมาร์ทซิตี้ – EEC


เจเนเทค ผู้นำตลาด Unified Security Platform ซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเอกเทศมานานกว่า 21 ปี ด้วยเงินลงทุนทั้งหมดของบริษัทฯ ทำให้เจเนเทคสามารถพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยทรัพยากรภายในองค์กรอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง ส่งผลให้เจเนเทคสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง และคงความเป็นผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

เจเนเทค เปิดสำนักงานในไทย ชูจุดแข็ง Unified Security Platform เดินหน้ารุกตลาดสนามบิน - สมาร์ทซิตี้ - EEC

ล่าสุดเจเนเทคเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดรักษาความปลอดภัยในประเทศไทย จัดตั้งบริษัทในไทย พร้อมเดินหน้ารุกตลาดสนามบิน โครงการสมาร์ทซิตี้ และโครงการขนาดใหญ่ รวมทั้ง EEC

แดเนียล ลี กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เจเนเทค ผู้นำตลาด Unified Security Platform กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เจเนเทคได้เข้ามาทำธุรกิจในไทยประมาณ 8 ปี โดยผ่าน Partner ล่าสุดได้ตัดสินใจตั้งบริษัทในไทยในปีพ.ศ.2561ที่ผ่านมา เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดรักษาความปลอดภัยในประเทศไทย ด้วยภาครัฐเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน โดยเฉพาะโครงการรถไฟ (Railway) ซึ่งมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก ทั้งนี้ภายในปีเดียวกัน เจเนเทคยังได้จัดตั้งบริษัทในเกาหลีใต้และฮ่องกงด้วย

แดเนียล ลี
แดเนียล ลี กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เจเนเทค

เนื่องจากนวัตกรรม IP Surveillance เติบโตและได้การตอบรับที่ดี ส่งผลให้รายได้ของเจเนเทคในทุก ๆ 3 ปี เติบโต 2 เท่า ในปีพ.ศ.2561 ที่ผ่านมา รายได้ของเจเนเทคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เติบโต 64% โดยมีสิงคโปร์เป็น Head Quarter ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เพื่อดูแลตลาดในประเทศออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น และฮ่องกง ซึ่งเจเนเทคมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นสนามบินทั้งหมด 150 แห่ง

“จุดแข็งของเจเนเทค คือ Unified Platform ซึ่งเป็นการจัดการแบบรวมศูนย์ มีเทคโนโลยี Intelligence ที่ส่งข้อมูลไปตาม Policy ต่าง ๆ ทั้งภาพและเสียง อีกทั้งมีความเข้าใจในวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ที่เข้าไปทำธุรกิจ จึงตั้งผู้บริหารของประเทศนั้นเข้าไปดูแลธุรกิจ” กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เจเนเทค กล่าว

เจเนเทค เปิดสำนักงานในไทย ชูจุดแข็ง Unified Security Platform เดินหน้ารุกตลาดสนามบิน - สมาร์ทซิตี้ - EEC

สำหรับประเทศไทย เนื่องจากเจเนเทคมี Platform กลางด้านความปลอดภัย พร้อมให้บริการแบรนด์กล้องวงจรปิดชั้นนำของโลก รวมทั้งแบรนด์ Local ในไทย เจเนเทคจึงมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้า เช่น สนามบิน โครงการสมาร์ทซิตี้ และโครงการขนาดใหญ่ รวมทั้งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) ในส่วนของโครงการ EEC เจเนเทคเข้าไปดูแลความปลอดภัยในท่าเรือขนส่งสินค้าและระบบ Logistics โดยวางระบบเพื่อเชื่อมต่อและวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัย โดยจะทำตลาดผ่านทาง Partner

ทัศไนย คนึงเหตุ
ดร. ทัศไนย คนึงเหตุ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน เจเนเทค

ดร. ทัศไนย คนึงเหตุ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน เจเนเทค กล่าวว่า เจเนเทค โฟกัสผลิตภัณฑ์ที่ให้ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1) ด้าน Security มีกล้องวงจรปิด CCTV อัจฉริยะที่สามารถตรวจจับใบหน้าได้ 2) ด้าน Operation การควบคุมการเข้า-ออก มีระบบฮาร์ดแวร์ และคลาวด์ เพื่อเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากโซลูชั่นคลาวด์ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลระยะยาว ทั้งยังควบคุมข้อมูลได้อย่างมั่นใจ และ3) ด้าน Intelligence การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ระบบรักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์อื่น ๆ เก็บรวบรวมเอาไว้ ทำให้สามารถปรับปรุงส่วนงานธุรกิจได้ในหลายๆ ด้าน รวมถึงประสิทธิภาพ การดำเนินงาน การให้บริการแก่ลูกค้า และการสร้างรายได้

นอกจากนี้ เจเนเทคคาดการณ์แนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยในเอเชีย-แปซิฟิกในช่วงปี พ.ศ.2562 ว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์จะเป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกิดการละเมิดระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลระดับสำคัญๆ เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันภาครัฐจะออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน และเป็นสิ่งที่ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อาชญากรรมทางไซเบอร์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องนอกจากจะสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างมากแล้ว ยังทำลายชื่อเสียงขององค์กรอีกด้วย เห็นได้จากการที่เฟซบุกสูญเสียผู้ใช้ราว 50 ล้านคนเมื่อข้อมูลของผู้ใช้เกิดรั่วไหล แม้ว่าความเสียหายทางการเงินอาจไม่มากนักเมื่อพิจารณาจากผลประกอบการของเฟซบุ๊ก แต่การสูญเสียความเชื่อมั่นและความเสียหายต่อแบรนด์ถือเป็นเรื่องสำคัญ ตัวอย่างการละเมิดระบบรักษาความปลอดภัยที่เกิดขึ้นของ SingHealth กลุ่มธุรกิจรักษาพยาบาลในสิงคโปร์ ส่งผลให้แฮกเกอร์สามารถโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย 1.5 ล้านคนที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของ SingHealth ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 ถึงกรกฎาคม 2561 ซึ่งนับเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่ร้ายแรงต่อพลเมืองของสิงคโปร์

ปี พ.ศ.2562 จะเป็นปีที่เจเนเทคจะมีโอกาสทำงานร่วมกับผู้ใช้เทคโนโลยีของเจเนเทค และพันธมิตร เพื่อติดตั้งแพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร โดยใช้โซลูชั่นที่เป็นสถาปัตยกรรมเปิด ปรับขนาดการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น และขยายการทำงานได้ตามความต้องการ