ฮาบิแทท กรุ๊ป ประกาศร่วมทุน ลิสต์ กรุ๊ป จากญี่ปุ่น พัฒนาคอนโดลักชัวรีย่านทองหล่อ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2.8 พันล้านบาท

ฮาบิแทท กรุ๊ป ประกาศร่วมทุน ลิสต์ กรุ๊ป จากญี่ปุ่น พัฒนาคอนโดลักชัวรีย่านทองหล่อ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2.8 พันล้านบาท

กรุงเทพฯ – “ฮาบิแทท กรุ๊ป” ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมเพื่อการลงทุนของไทย ประกาศแผนร่วมทุน “ลิสต์ กรุ๊ป” (List Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น นำร่องร่วมลงทุนพัฒนา 2 โครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ใจกลางสุขุมวิท ภายใต้ชี่อ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” มูลค่ารวมกว่า 2,800 ล้านบาท หวังผลักดันแบรนด์พร้อมเดินหน้าสยายปีกสู่ต่างประเทศผ่านเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์นานาชาติของลิสต์ กรุ๊ป ซึ่งมีสำนักงานในเครือข่ายกว่า 990 แห่งใน 72 ประเทศทั่วโลก

ชนินทร์ วานิชวงศ์

ชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2555- 2560 ฮาบิแทท กรุ๊ปได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมไปแล้ว 9 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่าเพื่อการลงทุนที่บริหารการเช่าด้วยแบรนด์รีสอร์ทระดับโลก บนทำเลศักยภาพในเมืองพัทยาอยู่ติดทะเล ซึ่งขายเกือบ 100% และคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรส์ใจกลางซีบีดีกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงศ์ ทองหล่อ โดยในช่วง5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ รับรางวัลทั้งสิ้น 26 รางวัล

ในปีนี้นับเป็นปีที่ 7 ที่ฮาบิแททได้พัฒนา Life Style Product Investment และได้ร่วมทุนกับ ลิสต์ กรุ๊ป เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ บนทำเลศักยภาพย่านทองหล่อจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” ซึ่งเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตของธุรกิจของ ฮาบิแทท กรุ๊ป ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นการขยายธุรกิจต่อยอดความสำเร็จจากการไปเปิดตลาดจีน และฮ่องกงที่ผ่านมา ซึ่งเราสามารถใช้โอกาสจากเครือข่ายสำนักงานที่กระจายอยู่ในหลายประเทศรวมถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในประเทศญี่ปุ่นของ ลิสต์ กรุ๊ป ในการส่งเสริมการเติบโตและต่อยอดการขยายตลาดลูกค้าต่างประเทศของ ฮาบิแทท กรุ๊ป

ทั้งนี้การร่วมทุนระหว่างบริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท ลิสต์ กรุ๊ป จำกัด จะมีการจัดตั้งบริษัทฯในการร่วมทุน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นแบ่งเป็น ฮาบิแทท กรุ๊ป ถือหุ้น 62% และลิสต์ กรุ๊ป ถือหุ้น 38%

“Product ของฮาบิแทท เน้นตลาด Hi-endและลักชัวรี่ ขณะที่ Product ของลิสต์ กรุ๊ป เน้นตลาด Hi-endและลักชัวรี่เช่นกัน โดยมีวิลล่าราคา 10-20 ล้านเหรียญสหรัฐ การร่วมมือกันในครั้งนี้ จะทำให้ Product แข็งแรงมากขึ้น มีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น และสามารถรุกและขยายตลาดต่างประเทศได้” ชนินทร์ กล่าว

ฮิซาชิ คิตะมิ

ด้านฮิซาชิ คิตะมิ ผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ และประธานลิสต์ กรุ๊ป กล่าวว่า ลิสต์ กรุ๊ป ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2534 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยมีประสบการณ์และความชำนาญทั้งในด้านการเป็นตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านพร้อมที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย การจัดการด้านสินทรัพย์ รวมถึงการจัดการด้านกองทุนอีกด้วย และด้วยความโดดเด่นของ ลิสต์ กรุ๊ป ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการจัดการกองทุนนี้ ทำให้บริษัทฯ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งในตลาดประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างรวดเร็ว

ในปีพ.ศ.2553 ลิสต์ กรุ๊ป ได้ซื้อสิทธิ์ “ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้” ในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นในปีพ.ศ.2556 ได้ซื้อสิทธิ์ “ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้” ในฮาวายตามลำดับ โดยลิสต์ กรุ๊ป ได้ดำเนินการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในวันนี้ ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้ มีสำนักงานในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และฮ่องกง และได้เปิดสำนักงานในประเทศไทยเมื่อไตรมาส 3 ปีพ.ศ.2561 ที่ผ่านมาอีกด้วย

ฮิซาชิ คิตะมิ กล่าวว่า เมืองไทยถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับลิสต์ กรุ๊ป โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทฯได้เล็งเห็นความแข็งแกร่งในพื้นฐานหลายเรื่องๆ อีกทั้งยังมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทั้งแผนระยาวและระยะกลางได้ เมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากตลาดไทยมีความโปร่งใส เข้าใจง่าย ระบบทางการเงินน่าเชื่อถือและอัตราเงินเฟ้อไม่สูงมาก

“การที่เราเลือกร่วมทุนกับ ฮาบิแทท กรุ๊ป เพราะเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว มีผลิตภัณฑ์ ดีไซน์ที่น่าประทับใจ คุณภาพของวัสดุที่ใช้ มีรางวัลการันตีมากมาย อีกทั้งมีแนวคิดที่สอดคล้องกันในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมเพื่อการลงทุน และมีการศึกษาข้อมูลการตลาดเชิงลึก ทั้งนี้เราเชื่อว่าประสบการณ์จากการทำงานในระดับนาชาติของลิสต์กรุ๊ปจะสามารถนำองค์ความรู้ และมุมมองสากลมาสู่การร่วมทุนครั้งนี้ ซึ่งเราจะใช้โอกาสของซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้ ซึ่งมีสำนักงานในเครือข่ายกว่า 990 แห่งใน 72 ประเทศทั่วโลก มีนายหน้า 27,000 ราย ในการช่วยขยายตลาดของโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” สู่ระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี” ฮิซาชิ คิตะมิ กล่าว

โครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “วาลเด้น” เน้นมอบเอกลักษณ์ความเป็นส่วนตัว ความใกล้ชิดกับธรรมชาติ และความมีเสน่ห์ของที่อยู่อาศัย ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยของคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ ผสานความหรูหราเข้ากับธรรมชาติในทำเล CBD ซึ่งจะมอบความพิเศษแก่ผู้ซื้อทั้งในด้านการลงทุนและซื้อเพื่ออยู่อาศัย โดยโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” เป็นคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ 8 ชั้น จำนวน 117 ยูนิต บนพื้นที่ 1 ไร่เศษ ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 8 ห่างจากถนนเส้นหลักเพียง 100 เมตร มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท มีขนาดห้องตั้งแต่ 32.5-71 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 235,000-260,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีพ.ศ.2562 และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” เป็นคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ 8 ชั้น จำนวน 122 ยูนิต บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ขนาดห้องตั้งแต่ 35 – 60 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 185,000 – 220,000 แสนบาทต่อตารางเมตร มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท รวมทั้งสองโครงการมูลค่ารวมกว่า 2,800 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้เช่นกัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เน้นพักอาศัย และลงทุนให้ชาวญี่ปุ่นเช่า

“ทองหล่อเป็นทำเลที่มีศักยภาพการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อจากถนนสุขุมวิท ทำให้ย่านนี้มีความน่าสนใจในการลงทุนเป็นอย่างมาก การที่ย่านนี้มีทั้งอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม และคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ส่งผลให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทองหล่อยังเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่มีรายได้สูงไปจนถึงเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาพำนักทำงานในประเทศไทย ทำให้ทองหล่อเป็นย่านที่น่าลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ”

อย่างไรก็ดี บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป และลิสต์ กรุ๊ป เล็งเห็นแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ. 2562 จากสภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และโครงการลักชัวรีต่างๆที่ยังมีจำนวนจำกัดในพื้นที่ ทำให้โครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” เป็นโอกาสในการลงทุนที่มั่นคง สำหรับผู้ซื้อที่คาดการณ์ผลตอบแทนและกำไรจากการลงทุนที่แข็งแกร่ง

“ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ทว่าราคาคอนโดมิเนียมของไทยอยู่ที่ตารางเมตรละ 2-3 แสนบาท เมื่อเทียบกับฮ่องกง ลอนดอน ตารางเมตรละ 1 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าราคามีความต่างกันราว 2-3 เท่า แม้ว่าราคาที่ดินในไทยจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม โดยทั่วไปตลาดคอนโดมิเนียมลักชัวรีในเมืองใหญ่ จะให้ผลประโยชน์ 2-3 % แต่เมืองใหญ่ในไทย ให้ผลตอบแทนสูง 4-5% โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ยังเนื้อหอมอยู่ แม้ว่าขณะนี้ตลาดจะชะลอตัวก็ตาม แต่เชื่อว่าในระยะกลางและระยะยาว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยจะเติบโตได้ดี และยังเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนฮ่องกงและจีน” ชนินทร์ กล่าวทิ้งท้าย