BFM จับมือ Mitsubishi Chemical เปิดตัวแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟครั้งแรกในไทย


BFM จับมือ Mitsubishi Chemical เปิดตัวแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟ

กรุงเทพฯ : บริษัท บี.เอฟ.เอ็ม. จำกัด หนึ่งในผู้นำธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายวัสดุตกแต่งอาคารคุณภาพสูงในประเทศไทย จับมือกับ บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว อัลโพลิค เอ2 (ALPOLIC A2) แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟมาตรฐานใหม่ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยในตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรก มุ่งเจาะตลาดผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ อาคารและสำนักงาน

กศิปัญญ์ ศิริธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.เอฟ.เอ็ม. จำกัด หนึ่งในผู้นำธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายวัสดุตกแต่งอาคารคุณภาพสูงในประเทศไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารสูงครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในแต่ละครั้งเกิดความสูญเสีย ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยในบางกรณีก็ยากที่จะประเมินมูลค่าการสูญเสีย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว บริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงโอกาสในการนำเสนอทางเลือกใหม่เพื่อป้องกัน ลดความเสี่ยง และบรรเทาความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เกรด FR (Fire-retardant-ไส้กลางไม่ลามไฟ) เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 และในปีพ.ศ.2562 นี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยอาคารสูงสู่ระดับสากล บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกับบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว อัลโพลิค คลาส เอ2 (ALPOLIC A2) แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟมาตรฐานใหม่สู่ตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ผลิตอัลโพลิค คลาส เอ2 จำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนเพียงประเทศสิงคโปร์เท่านั้น

อัลโพลิค คลาส เอ2 (ALPOLIC A2) แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟมาตรฐานใหม่

ส่วนในต่างประเทศได้มีการจำหน่ายอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เช่น ในประเทศ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น เป็นต้น

กศิปัญญ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการทำตลาดในเบื้องต้นจะมุ่งจำหน่ายให้ภาคเอกชนเป็นหลัก โดยเน้นกลุ่มผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ อาคารและสำนักงาน ประมาณ 90% และภาครัฐประมาณ 10 % เนื่องจากภาครัฐยังมีข้อกำหนดในกฎหมาย พ.ร.บ. การตรวจสอบจากหน่วยงานที่ดูและและ TOR การใช้วัสดุอุปกรณ์อยู่อย่างจำกัด ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ยังไม่เติบโตและเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะพยายามทำตลาดมุ่งไปที่อาคาร สำนักงานที่รีโนเวทใหม่เนื่องจากจะได้ขายผลิตภัณฑ์ได้ทันที เมื่อเทียบกับอาคาร คอนโดมิเนียมที่กำลังก่อสร้างที่ต้องใช้เวลาในการทำสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ไปใช้อย่างน้อยก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2 ปี

ขณะนี้มีลูกค้าผู้ประกอบการโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคใต้ให้ความสนใจอยู่บ้างแล้วจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ในปี พ.ศ. 2562-2563 โดยรวมไว้ประมาณ 400,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นยอดขายผลิตภัณฑ์ อัลโพลิค เอ2 จำนวน 10% และ FR 90% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต หากรัฐบาลแก้ไขข้อกำหนดกฎหมาย พ.ร.บ.ใน TOR และออกข้อกำหนดที่เอื้อต่อการที่ภาคเอกชนจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่ราคาอาจจะสูงกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันที่มีขายอยู่ในท้องตลาดไปใช้ในอาคารสูงและอาคารอื่นๆ ต่อไป

ด้าน Yoshihiro Hase, Senior Manager Quality Assurance Group ALPOLIC Deparment Functional Moldings and Composite Division Advanced Moldings and Composites Business Domain, Mitsubishi Chemical Corporation กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศในยุโรป ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาหันมาใช้ผลิตภัณฑ์อัลโพลิค คลาส เอ2 (ALPOLIC A2) แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟมากขึ้น เพื่อป้องกันอัคคีภัยจากไฟไหม้ โดยเฉพาะในประเทศตุรกี, เยอรมนีและอังกฤษ ซึ่งใช้เป็นอันดับต้นๆ

ส่วนประเทศญี่ปุ่นนั้นมีการใช้สูงถึง 90% สำหรับในอาเซียนจะมีเพียงประเทศสิงคโปร์เท่านั้น ขณะที่ประเทศไทยการนำผลิตภัณฑ์อัลโพลิค คลาส เอ2 เข้ามาจำหน่ายนั้นจะต้องมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง สร้างการรับรู้และสร้างการยอมรับแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของกิจการอาคาร โรงแรมต่างๆ