สามมิตรนำนวัตกรรมเหล็กพิเศษ “ไฮ เทนไซล์” พัฒนารถบรรทุก – รถพ่วงน้ำหนักเบา ลดค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานครบวงจร


การผลิตรถบรรทุกและรถพ่วง ภายใต้ บริษัท สามมิตร กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด

บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการผลิตรถบรรทุกและรถพ่วง ภายใต้ บริษัท สามมิตร กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด นำนวัตกรรมใช้เหล็กพิเศษ “ไฮ เทนไซล์” (Hi Tensile) สำหรับการผลิตตัวถังรถบรรทุกและรถพ่วง และสำหรับผลิตโครงสร้าง Chassis Frame ของรถพ่วง (Semi Trailer) รายเดียวในตลาด โดยชูคุณสมบัติของเหล็ก “ไฮ เทนไซล์” ที่แข็งแรง ทนทาน กว่าเหล็กทั่วไปประมาณ 30-40% แต่มีน้ำหนักเบากว่า ทำให้น้ำหนักของตัวรถเบาลงกว่า 2 ตัน สามารถบรรทุกสินค้าได้เพิ่มขึ้น 2 ตัน เพื่อเพิ่มกำไรให้กับผู้ประกอบการขนส่ง และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา มั่นใจสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานในทุกตลาดอย่างครบวงจร ตั้งแต่ First Mile Delivery จนถึง Last Mile Delivery

สุริยา โพธิ์ศิริสุข กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) ภายใต้ บริษัท สามมิตร กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด

สุริยา โพธิ์ศิริสุข กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) ภายใต้ บริษัท สามมิตร กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า สามมิตรก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 โดยเริ่มดำเนินธุรกิจผลิตแหนบรถยนต์แห่งแรกของประเทศไทยและขยายธุรกิจการลงทุนในเครือสามมิตร กรุ๊ป โฮลดิ้ง กว่า 22 บริษัทให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในกลุ่มลูกค้าอย่างครอบคลุม ซึ่งปัจจุบันสามมิตรมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ First Mile Delivery จนถึง Last Mile Delivery ใน 8 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจรถบรรทุก รถพ่วง, กลุ่มธุรกิจอะไหล่ ผลิตแหนบและอะไหล่รถบรรทุก, กลุ่มธุรกิจปิกอัพดัดแปลง ผลิตหลังคารถปิกอัพจากเหล็ก รถตู้แห้ง และรถตู้เย็น, กลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิต หรือ OEM ชิ้นส่วนรถยนต์, กลุ่มยานยนต์พลังงานสีเขียว, กลุ่มการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ, กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ อาทิ การให้บริการขนส่งโลจิกติกส์ก๊าซธรรมชาติพลังงานทางเลือกใหม่ และกลุ่ม SSM Digital Platform แพลตฟอร์มด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ทั้งคนและสินค้า โดยนำจุดแข็งของแต่ละธุรกิจในเครือมาประสานพลังกัน สร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจในเครือ พันธมิตรธุรกิจ และลูกค้าเข้าด้วยกัน

“จากนี้ไปสามมิตรไม่ใช่เป็นเพียงผู้ผลิตรถบรรทุกและรถพ่วงอีกต่อไป แต่จะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ และยานยนต์ที่ครอบคลุมทั้งระบบ Supply Chain ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาออกแบบ การจัดหาวัตถุดิบ และการผลิต การประกันคุณภาพและการบริการ ที่สำคัญจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สามมิตร เป็นผู้นำตลาดมายาวนาน คือการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และการบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทำให้สินค้าของสามมิตรเป็นเจ้าเดียวที่กล้ารับประกันคุณภาพถึงสามปี” สุริยา กล่าว

ตกรรมเหล็กพิเศษ “ไฮ เทนไซล์” (Hi Tensile) มาใช้สำหรับการผลิตตัวถังรถบรรทุก และรถพ่วง และสำหรับผลิตโครงสร้าง Chassis Frame ของรถพ่วง (Semi Trailer)

เผยปี’56 ยุคทองของตลาดรถบรรทุก

ในปีพ.ศ. 2556 ถือเป็นยุคทองของตลาดรถบรรทุกของไทยเพราะมียอดรวมเติบโตสูงสุดกว่า 40,000 คัน แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาตลาดรถบรรทุกมีอัตราเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่องจากปัญหาสภาพเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศที่ส่งผลต่อตลาดรถบรรทุก โดยภาพรวมตลาดรถบรรทุกหลังจากปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบันมีอัตราเติบโตปีละประมาณ 5-7% ซึ่งในปี พ.ศ. 2561 ตลาดรวมรถบรรทุกมีประมาณ 29,000 คัน และคาดว่าตลาดรวมรถบรรทุกในปี พ.ศ. 2562 นี้ จะมีประมาณ 31,000 คัน แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2562 ยอดรถบรรทุกจะไม่โตขึ้นเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2561 แต่คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2562 ตลาดจะค่อย ๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก จากการมีรัฐบาลชุดใหม่และคาดว่าจะเป็นชุดเดิมที่จะเข้ามาสานต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจในด้านการลงทุนทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีให้ภาคธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้ามีอัตราการเติบโตตามไปด้วย รวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของธุรกิจ E-Commerce ทั้งภายในประเทศ และกลุ่มประเทศอาเซียน ยังส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ปัจจุบันสามมิตรผลิตรถพ่วงและรถดัมพ์ทุกประเภทได้ประมาณ 1,350 คัน/เดือน ผลิตรถพิเศษเพื่องานเฉพาะกิจ รถน้ำและรถขยะได้ประมาณ 150 คัน/เดือน และผลิตรถพ่วง (Semi Trailer) ทุกประเภทประมาณ 200 คัน/เดือน

วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

ตั้งเป้าปี’62 เพิ่มรายได้เป็น 3,300 ล้านบาท จากนวัตกรรมเหล็กพิเศษ“ไฮ เทนไซล์”

สุริยา กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2561 สามมิตรมีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2562 ตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มเป็น 3,300 ล้านบาท จากการนำนวัตกรรมเหล็กพิเศษ “ไฮ เทนไซล์” (Hi Tensile) มาใช้สำหรับการผลิตตัวถังรถบรรทุก และรถพ่วง และสำหรับผลิตโครงสร้าง Chassis Frame ของรถพ่วง (Semi Trailer) ซึ่งเหล็ก “ไฮ เทนไซล์” มีคุณนสมบัติที่แข็งแรงทนทานกว่าเหล็กทั่วไปประมาณ 30-40% แต่มีน้ำหนักเบากว่า ทำให้น้ำหนักของตัวรถเบาลงกว่า 2 ตัน สามารถบรรทุกสินค้าได้เพิ่มขึ้น 2 ตัน เพิ่มกำไรให้แก่ผู้ประกอบการขนส่ง และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ที่สำคัญสามมิตรถือเป็นบริษัทรายแรกและรายเดียวในตลาดรุบรรทุกที่นำเหล็กพิเศษนี้มาใช้ในการผลิตตัวถังรถทุกประเภท ซึ่งจะช่วยทำให้รายได้ของสามมิตรเพิ่มขึ้น ด้วยลูกค้ามั่นใจเลือกซื้อสินค้าของสามมิตรเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

ใช้งบวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คิดเป็น 2% ของรายได้ทั้งหมด

สามมิตรได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการวิจัยและพัฒนา (Research & Development )ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพในทุกขั้นตอนและลดต้นทุนการผลิตของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ตลอดจนคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การต่อยอดธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยแต่ละปีใช้งบประมาณ 2% ของรายได้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยบริษัทจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนา (In-House Research and Development Center) ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรจากหน่วยงานวิจัยภายนอก เช่น ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมยานยนต์แห่งออสเตรเลีย (Auto CRC), China Chongqing Automobile Research Institute (CCARI), Nonox B.V., Landi Renzo S.P.A, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เป็นต้น นอกจากนี้ สามมิตรมีการใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย มีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิตประมาณ 20 % เช่น การจับยึดชิ้นงาน และการเชื่อมด้วย MIG/CO2 การเชื่อมแบบจุด (Spot Welding) และมีกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มผลผลิต คุณภาพ และความคุ้มค่า ตลอดจนเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานให้กับพนักงาน

SMM Pro Truck ให้บริการหลังการขาย

จัดตั้ง SMM Pro Truck ให้บริการหลังการขาย ตั้งเป้าอีก 5 ปี มีครบ 100 สาขา

สุริยา กล่าวว่า สามมิตรได้ต่อยอดธุรกิจจากผู้ผลิตรถบรรทุกและรถพ่วง มาเป็นผู้ให้บริการ ภายใต้ชื่อ บริษัท สามมิตร พีทีจี โปรทรัค โซลูชัน เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ SMM Pro Truck ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 60% กับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านสถานีบริการน้ำมัน PT ถือหุ้น 40% รองรับการซ่อมบำรุงรถบรรทุก และเปลี่ยนถ่ายนํ้ามันเครื่อง เปลี่ยนยาง ลูกปืน ซ่อมแซมช่วงล่าง ซ่อมหนักและซ่อมเครื่องยนต์ทุกประเภท ปัจจุบันมีศูนย์บริการ SMM Pro Truck 8 สาขาที่ก่อสร้างและเปิดให้บริการแล้ว ได้แก่ สำนักงานใหญ่ ถนนพุทธมณฑลสาย 5 จังหวัดนครปฐม, สาขาสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา, สาขาพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์, สาขาหนองแค จังหวัดสระบุรี, สาขานครปฐม จังหวัดนครปฐม, สาขาพระราม 2 จังหวัดสมุทรสงคราม, สาขาโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา และสาขาไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยตั้งเป้าอีก 5 ปีจะมีครบ 100 สาขา

แผนการขยายตลาดไปยังประเทศในอาเซียน

สุริยา กล่าวว่า ปัจจุบันสามมิตรได้จัดตั้งโรงงานผลิตตัวถังรถบรรทุกที่ประเทศอินโดนีเซีย และจะขยายไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเป็นฐานยุทธศาสตร์ของตลาดอาเซียนเพิ่มเติมจากที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าขนส่งได้จำนวนมาก และตั้งเป้าอีก 3 ปีจากนี้จะรุกตลาดกลุ่มประเทศในอาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว และเมียนมามากขึ้น เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีการเติบโตทาง GDP อย่างต่อเนื่อง และมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภค ทั้งสร้างถนน ท่าเรือ สนามบิน อีกทั้งการเติบโตทางด้านโลจิสติกส์ ทำให้จำเป็นต้องใช้รถบรรทุกเพื่อการขนส่งสินค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตามจะต้องดูนโยบายทางค้าของแต่ละประเทศประกอบในการตัดสินใจเข้าไปลงทุนอย่างรอบคอบ