ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก มียอดขาย 3,100 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปี’62 แตะ 5,300 ล้านบาท


ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก มียอดขาย 3,100 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปี’62 แตะ 5,300 ล้านบาท

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี แถลงผลประกอบการครึ่งปีแรกของปีพ.ศ. 2562 มียอดขายอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท ตั้งเป้าทั้งปีพ.ศ. 2562 มียอดขายรวม 5,300 ล้านบาท ตามแผนกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินงาน

ไชยยันต์ ชาครกุล

ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปีพ.ศ. 2562 แม้ว่าในครึ่งปีแรกจะไม่สดใสมากนัก โดยเฉพาะโครงการบ้านแนวราบในกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกทรงตัว ในขณะที่กลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียม ยังเป็นตลาดผู้ซื้อเพื่อการลงทุนโดยส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองก็ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวอย่างชัดเจนเช่นกัน เนื่องจากมาตรการกำกับดูแลสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์(LTV)ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะไม่มั่นใจว่าจะขอสินเชื่อได้หรือไม่ ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและภายนอกประเภทที่มีความผันผวนจากสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา กับ ประเทศจีน ทำให้ผู้บริโภคภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและซื้อเพื่อเก็งกำไรชะลอตัวลดกำลังซื้อ

แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าในครึ่งปีหลังตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมามีทิศทางที่เป็นบวกในอัตราไม่หวือหวามากนัก จากอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะมีแนวโน้มลดลง ตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอุปทานคงเหลือในหลายพื้นที่ โดยการเติบโตจะเห็นชัดเจนในพื้นที่ที่ประชาชนมีกำลังซื้อย่านใจกลางเมืองและ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เท่านั้น อีกทั้งซัพพลายคอนโดเข้าสู่ตลาดน้อยลงเพราะมีหลายบริษัทปรับกลยุทธ์ชะลอการเปิดโครงการจะช่วยให้ตลาดปรับสู่สมดุลมากยิ่งขึ้น สำหรับลลิล การดำเนินธุรกิจจะยังคงมุ่งเน้นเจาะไปที่กลุ่มเรียลดีมานด์ ระมัดระวังการลงทุนโครงการในพื้นที่ใหม่ โดยเน้นตลาดสำหรับผู้ที่ต้องซื้อเพื่ออยู่จริงเป็นตลาดหลัก พร้อมทั้งดูนโยบายภาครัฐที่จะกระตุ้นด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งทางตรงและทางอ้อมก่อนตัดสินใจก่อสร้างโครงการ

ชูรัชฏ์ ชาครกุล

ด้านชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขาย 3,100 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58% ของเป้าหมายยอดขายในปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5,300 ล้านบาท เป้าหมายรายได้ 4,650 ล้านบาท เติบโต 15% ทั้งนี้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 149.79 ล้านบาท ลดลง 31.81% มีรายได้ 864.93 ล้านบาท ลดลง 25.75% ส่วนรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกพ.ศ. 2562 อยู่ที่ 2,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.69% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีพ.ศ. 2561ที่ผ่านมาที่มีรายได้อยู่ที่ 2,081 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ประมาณ 1,300 ล้านบาท

สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทฯ ในปีพ.ศ. 2562 นั้นจะเปิดโครงการใหม่ 8-10 โครงการ มูลค่าประมาณ 4,000-4,500 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2562 บริษัทฯ ได้พัฒนาและวางแผนพัฒนาโครงการใหม่ 5 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท ปัจจุบันเริ่มดำเนินการขายไปในเฟสแรก ในแต่ละโครงการประมาณ 40 ยูนิต มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท โดยราคาทาวน์โฮมยูนิตประมาณ 2-3 ล้านบาท และราคาบ้านเดี่ยวประมาณ 3-7 ล้านบาท ใน 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการ Lalin Town อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ บนพื้นที่ 45 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท, 2. Lalin Town รังสิต-คลอง 2 บนพื้นที่ 40 ไร่ มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท, 3 Lio Bliss รังสิต-คลอง 4 บนพื้นที่ 39 ไร่ มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท และ 4. Lio Bliss เพชรเกษม 81/2 บนพื้นที่ 39 ไร่ มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ส่วนอีกโครงการจะเปิดในช่วงปลายปี คือ โครงการ Lio Bliss ปลวกแดง-มาบยางพร บนพื้นที่ 40 ไร่ มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังจะเปิดเพิ่ม 5 โครงการแนวราบ มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท

อสังหาริมทรัพย์

ชูรัชฏ์ กล่าวว่า ในส่วนของแผนการตลาด จะใช้กลยุทธ์การตลาดเน้นตลาดเชิงรุก ทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์มาร์เก็ตติ้ง นำ Big Data มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคความต้องการในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการทำ CRM และใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการแนวราบในย่านที่มี Blue Print ของความเป็นเมืองหรือชุมชนศักยภาพที่พร้อมจะเติบโตสู่การเป็นย่านเศรษฐกิจในอนาคต ทำเลหลักยังเป็นเขตรอบของกรุงเทพฯ ทั้งโซนทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกเป็นหลัก รวมถึงพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง โดยผนึกกำลังกับแบรนด์ชั้นนำ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์พิเศษแก่ลูกบ้านของลลิล เพื่อเพิ่มความสะดวก รวมไปถึงการเน้นการจัดแคมเปญทุก ๆ 2 เดือน โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกบ้านและลูกค้าใหม่ๆเป็นอย่างดี ส่วนมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ หากมีออกมาช่วยเหลือก็จะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอสังหาฯในเชิงบวก ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศด้วย