คณะวิศวฯ มหิดล เปิดศูนย์เมคเกอร์อัจฉริยะทันสมัยที่สุดในไทย เดินหน้าปั้นเมคเกอร์ – สตาร์ทอัพไทย สู่เวทีโลก


ในโอกาสครบรอบ 131 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล แลตอบรับโลกยุค Disruptive คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิด Innogineer Studio ศูนย์เมคเกอร์สเปซอัจฉริยะที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย รองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยศักยภาพของเมคเกอร์และสตาร์ทอัพในการสร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.คลินิค นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พิธีเปิด Innogineer Studio ศูนย์เมคเกอร์สเปซอัจฉริยะที่ทันสมัยที่สุดในไทย
พิธีเปิด Innogineer Studio ศูนย์เมคเกอร์สเปซอัจฉริยะที่ทันสมัยที่สุดในไทย

พร้อมกันนี้ได้มีการจัดเวที เสวนาเรื่อง “Maker Power 2019 … พลังไทยบนเวทีโลก” โดยมีผู้เชี่ยวชาญและ Startup ร่วมเวที อาทิ ดร.สักกเวท ยอแสง หัวหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), อภิโชค ประเสริฐรุ่งเรือง สตาร์ทอัพผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Airportel จำกัด และรศ.ดร. พลังพล คงเสรี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ศูนย์เมคเกอร์สเปซอัจฉริยะหนุนเมคเกอร์ -สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ คิดค้นนวัตกรรมตอบโจทย์สังคม

อุดม คชินทร
ศ.คลินิค นายแพทย์อุดม คชินทร รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ประธานในพิธี

ศ.คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โลกวันนี้และอนาคตเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัล ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรง “นวัตกรรม” จึงเป็นเรื่องของทุกคน ทั้งภาคเอกชน ภาคการศึกษา อุตสาหกรรมและทุกภาคส่วนที่ต้องผนึกกำลังสนับสนุนคิดค้นเทคโนโลยีและต่อยอดนวัตกรรม ตอบโจทย์ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ

การที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิด Innogineer Studio ศูนย์เมคเกอร์สเปซอัจฉริยะ ที่ครบครันด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีพัฒนาต้นแบบประสิทธิภาพสูง และทันสมัยที่สุดในประเทศไทยในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปฏิรูปการศึกษาของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรมโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ทั้งให้ความสำคัญของการส่งเสริมผลักดันเมคเกอร์และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ให้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้ และสามารถประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมออกมาให้ตอบโจทย์แก้ปัญหาแก่สังคมและภาคอุตสาหกรรมได้ โดย Eco System แห่งนี้ จะบ่มเพาะนักศึกษาและเมคเกอร์พันธุ์ใหม่ ได้มีพื้นที่ในการแสดงออก ฝึกฝนทักษะความรู้ เข้าถึงและก้าวทันเทคโนโลยี คิดค้นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ สร้างประโยชน์แก่สังคมและมนุษยชาติ

เผยแนวคิดจัดตั้งศูนย์ Innogineer Studio มุ่งสร้าง “สังคมนวัตกรรมและผู้ประกอบการ”

จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์
ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหิดล

ผศ.ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 131 ปี ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็น “World Class University” มหาวิทยาลัยระดับโลก ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทาง Times Higher Education World University Ranking 2019 ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2019 และเป็นอันดับที่ 601 – 800 จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกนั้น ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมุ่งมั่นสู่เป้าหมายการเป็น “World-Class Engineering” ได้เปิดศูนย์ Innogineer Studio ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดที่มุ่งหวังสร้าง “สังคมนวัตกรรมและผู้ประกอบการ” ให้ประเทศไทยสามารถเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม จาก SMEs สู่สตาร์ทอัพบ่มเพาะความรู้และปลูกฝังความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) และทักษะด้านเทคนิคชั้นสูง (Technical and Hand-on skills) ให้กับนักศึกษา เมคเกอร์ สตาร์ทอัพ วิศวกรและนักวิจัยสาขาต่าง ๆ เป็นพื้นที่อิสระทางความคิดปลดปล่อยจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน

ศูนย์ Innogineer Studio ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีระดับโลก คาดเมคเกอร์-สตาร์ทอัพเข้ามาใช้บริการปีละ 2,000 ราย

สำหรับศูนย์ Innogineer Studio มีพื้นที่รวมกว่า 800 ตารางเมตร ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีระดับโลกประกอบด้วย 1) Mechanical Studio ครบครันด้วย Milling Machine , CNC Machine 2) Electric Studio ก้าวหน้าด้วยอุปกรณ์ เช่น Electronic Supplier , Microcontroller , Oscilloscope , Power Supply , Function Generator 3) Assembly Studio อุปกรณ์สุดล้ำ เช่น 3D Scanner ความละเอียดสูงแบบหัวเข็มพร้อมเลเซอร์สแกนเนอร์ (3D Laser Scanning Arm CMM System) 4) Prototyping Studio เช่น 3D Printer , อุปกรณ์ขึ้นรูปพลาสติกแบบ 3D 5) Machine Studio ประกอบด้วย เครื่องตัดโลหะ เครื่องกลึง 6) Gallery Room พื้นที่แสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม 7) Co-Working Space พื้นที่แหล่งเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม รองรับคนได้ 30-40 คน 8) Meeting Room พื้นที่ห้องประชุมพร้อมอุปกรณ์รองรับได้ 20-30 คน รวมถึง Innogineer Studio Shop จัดแสดง Show Case ผลงานนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ได้ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งสามารถใช้งานได้จริง

ศูนย์ Innogineer Studio จะเชื่อมต่อกับระบบสนับสนุนของมหาวิทยาลัยมหิดล (Entrepreneurial Ecosystem) หลายส่วน เช่น หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ ที่สนับสนุนการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์สำหรับนักศึกษาที่มีแนวคิดในการทำธุรกิจอีกด้วย คาดว่าจะดึงดูดเมคเกอร์และสตาร์ทอัพเข้ามาใช้บริการ ปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย และจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดนวัตกรรมออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับความร่วมมือระหว่างธุรกิจอุตสาหกรรมกับเมคเกอร์คนรุ่นใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ตลาดในวงกว้างต่อไป” ผศ.ดร. จักรกฤษณ์ กล่าว

อนาคตคณะวิศวฯ มหิดลจะเป็น Innovation Hub ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ

สำหรับแผนงานในอนาคตของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.ดร. จักรกฤษณ์ กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์จะเป็น Innovation Hub ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมมือกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในการพัฒนาระบบรางและผังเมืองน่าอยู่ เนื่องจากพื้นที่ศาลายาจะมีระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน ระยะทาง 5.7 กม. และช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา ระยะทาง 14.8 ก.ม. กำหนดแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2565 ประกอบด้วย สถานีบ้านฉิมพลี , สถานีกาญจนาภิเษก , สถานีศาลาธรรมสพณ์ เป็นสถานีระดับดินและสถานีศาลายา เป็นสถานียกระดับรองรับรถไฟทางไกล เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและก้าวหน้า รองรับการเจริญเติบโตของเมือง ในด้านศูนย์ศึกษาวิจัยและนวัตกรรมครบวงจร ประกอบด้วย 1) ห้องปฏิบัติการและศูนย์วิจัยที่ชำนาญด้านต่าง ๆ ภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2) Innogineer Studio เปรียบเสมือนเวิร์คช็อป ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาทำโปรเจ็กต์ต่าง ๆ และสร้างชิ้นงานจากความคิดสร้างสรรค์ 3) Innogineer BAY ศูนย์ฝึกหัดด้านหุ่นยนต์และระบบ AI ที่ทันสมัยระดับโลก และ 4) Innogineer BI (Business and Industry) เป็นศูนย์บริการและนวัตกรรมให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม กำหนดเปิดในเดือนเมษายน 2562

Innogineer Studio เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาทำโปรเจ็กต์ต่าง ๆ และสร้างชิ้นงานจากความคิดสร้างสรรค์
Innogineer Studio เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาทำโปรเจ็กต์ต่าง ๆ และสร้างชิ้นงานจากความคิดสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ในปีพ.ศ. 2564 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพในนามประเทศไทยจัดงานแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยระดับโลก RoboCup Bangkok 2021 ครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งจะสร้างชื่อเสียงของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทยให้เป็นที่รู้จักบนเวทีโลก เป็นพลังกระตุ้นความก้าวหน้าและการเติบโตในงานวิจัย ออกแบบและผลิตหุ่นยนต์ และระบบออโตเมชั่น รวมทั้งการศึกษาของเยาวชนและความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับนานาประเทศ