ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) ตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์ปีนี้โต 10% พร้อมปรับทัพธุรกิจ Scanner ใหม่ หวังรักษายอดขายอันดับ 1


ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) ตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์ปีนี้โต 10% พร้อมปรับทัพธุรกิจ Scanner ใหม่ หวังรักษายอดขายอันดับ 1

กรุงเทพฯ : บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มหลัก นำทึมโดย Server Storage, Notebook และ Scanner ตอบโจทย์ตลาดยุค Digital Transformation ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้โตขึ้น 10% เดินหน้าปรับกลยุทธ์ทางการตลาด Scanner ใหม่เป็นปีแรก แยก Segment ลูกค้า พร้อมจัดทีม Direct Approach เน้นขายเป็นโซลูชั่นสำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพ เช่น ยานยนต์ และธนาคาร หวังรักษาแชมป์ยอดขายอันดับ 1

พรชัย พงศ์เอนกกุล ผู้อำนวยการฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพันธมิตรธุรกิจโซลูชัน บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) ครบ 29 ปี มีพนักงานกว่า 400 คน แบ่งเป็นวิศวกร 50% Sales 10% และที่เหลือ 40% เป็น Back Office โดยฟูจิตสึ (ประเทศไทย) ได้วาง Positioning ให้บริษัทเป็น System Integrator และ Vendor ขายผ่าน Distributor ไป Reseller

NUTANIX Software

สำหรับผลิตภัณฑ์ฟูจิตสึ ประกอบด้วย Server Storage, Notebook และ Scanner ซึ่งมียอดขายคิดเป็น 10% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัทฯ โดยฟูจิตสึได้ทำตลาด Server Storage มา 60 ปี สำหรับเทรนด์ผลิตภัณฑ์นี้ ได้แก่ 1. Software Defined Storage เรียก PRIMEFLEX สำหรับ VMware vSAN และ NUTANIX Software ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ 2. PRIMEFLEX สำหรับ Hadoop เป็น Integrated System พร้อมใช้งาน 3. PRIMEQUEST สำหรับ SAP HANA ซึ่งมี Ram มาก สูงสุดถึง 24 เทราไบต์ ทั้งนี้ฟูจิตสึเป็น Partner กับ SAP มานาน ด้าน Solid Stage ซึ่งเป็นเทรนด์กำลังมา ผลิตภัณฑ์ฟูจิตสึ All Flash Storage ETERNUS AF มี Latency ที่ต่ำสุด ใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ค้าปลีกและธนาคาร

Notebook

ในส่วนของ Notebook ปีนี้เปิดตัว Litebook รุ่น U 939 น้ำหนักเริ่มต้นที่ 755 กรัม ขนาดจอ 13.3 นิ้ว เป็น Full Interface มีนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ที่เรียกว่า Palm Secure ซึ่งจะทำการสแกนเส้นเลือดดำที่ฝ่ามือ ถือเป็นการยืนยันตัวตน (Biometric Authentication) ที่มีความแม่นยำ 99.99% โดยไม่จำเป็นต้องใช้รหัส Password อีกต่อไป ทำให้ปลอดภัยต่อการใช้งาน ส่วนรุ่น U 939 X น้ำหนัก 894 กรัม พับได้ เป็นทั้ง Laptop และ Tablet ให้มุมมอง 360 องศา และมีปากกา ทั้งสองรุ่นมีให้เลือกสีดำและแดง

พรชัย กล่าวว่า สำหรับ Scanner ซึ่งฟูจิตสึครองยอดขายอันดับ 1 มาตลอดระยะเวลา 15 ปี ทั้งในทวีปยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ตลาดในไทยในปีพ.ศ.2561 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 25% โดยที่กลุ่ม Healthcare โรงพยาบาลเกือบทุกแห่งใช้ Scanner ของฟูจิตสึ ในส่วนของภาครัฐ การเงินธนาคารเกือบทุกแห่ง ล้วนใช้ Scanner ของฟูจิตสึ รวมทั้งภาคการศึกษา

“ในปีนี้นับเป็นปีแรกที่ฟูจิตสึปรับกลยุทธ์ทางการตลาดในไทย โดยแยก Segment ลูกค้า จากเดิมที่จำหน่ายผ่าน Distributor มาใช้ Vendor พร้อมจัดทีม Direct Approach ขายเป็นโซลูชั่น สำหรับ Strategic Account ที่แข็งแกร่ง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ การเงิน เช่น ธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวญี่ปุ่น เพื่อรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ไว้” พรชัย กล่าว

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ Scanner ฟูจิตสึมี 4 กลุ่ม ได้แก่ A3 Model, A4 Model, A5 Model และ Network Model โดยปีนี้เน้น A3 และ A4 ซึ่งมีซอฟต์แวร์ช่วยจัดเอกสาร สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ ส่วน A3 มีผลิตภัณฑ์ 2 รุ่น คือ รุ่น fi 7800 และ รุ่น fi 7900 ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในไทย โดยรุ่น fi 7900 มีความเร็วสูงสุดของฟูจิตสึและตลาด อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีใหม่รองรับกระดาษขนาด A3 ทั้งนี้หากกระดาษมีขนาดใหญ่กว่า A3 คือ A0 สามารถพับกระดาษเป็นขนาด A3 แล้วสแกน เครื่องจะทำการสแกนพร้อมต่อกระดาษออกมาเป็นขนาด A0 เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำยอดขายได้ดี ส่วนกลุ่ม Network Model ได้แก่ Scan Snap iX1500 สามารถสแกนโดยไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อผ่าน Wi-fi และมือถือ เหมาะสำหรับผู้บริโภค ที่มีออฟฟิศเป็นของตนเอง

พรชัย กล่าวว่า ในปีพ.ศ.2561 ผลิตภัณฑ์ฟูจิตสึทั้ง 3 ประเภท มียอดขายรวมทั้งหมด 350 ล้านบาท โดยสัดส่วนลูกค้าที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นจากเดิมซึ่งสูงถึง 70% เป็นสัดส่วน 50: 50 สำหรับในปีนี้ ฟูจิตสึตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ประเภท เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Server Storage น่าจะเติบโตสูงขึ้น 20% เนื่องจากในปีพ.ศ.2561 ที่ผ่านมาได้ออก Platform Hyper Converged, Hybrid Cloud ทำให้ความต้องการสูงขึ้น ขณะที่ Note Book และ Scanner น่าจะเติบโตที่ 5%