ฟอร์ท สมาร์ท และพีทีจี เอ็นเนอยี่ เลือกใช้ Oracle Autonomous Database เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน – ใช้ข้อมูลตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว


ฟอร์ท สมาร์ท และพีทีจี เอ็นเนอยี่ เลือกใช้ Oracle Autonomous Database เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน – ใช้ข้อมูลตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

กรุงเทพฯ : ออราเคิลคลาวด์นำเสนอ Oracle Autonomous Database ระบบฐานข้อมูลแรกของวงการที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง รักษาความปลอดภัยและซ่อมแซมตัวเองได้ ส่งผลให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลเชิงลึก และเป็นข้อมูลที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ได้อย่างรวดเร็วโดยนำความสามารถของ Machine Learning และระบบอัตโนมัติมาใช้งานเพิ่มประสิทธิภาพแพชท์ และรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเอง นำไปสู่การยกระดับด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผล เผยผลสำเร็จขององค์กร 2 แห่ง คือ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ซึ่งได้ประโยชน์จากการใช้แพลตฟอร์มนี้

ทวีศักดิ์ แสงทอง
ทวีศักดิ์ แสงทอง

ทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย กล่าวว่า Oracle Autonomous Database เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 40 ปี ของออราเคิล ปัจจุบันผู้ใช้ทั่วโลก ต่างตระหนักถึงประโยชน์ของระบบอัตโนมัติ เรามีลูกค้า Autonomous Database เกือบ 1,000 ราย และมีลูกค้าใหม่ที่ทดลองใช้ Autonomous Database ประมาณ 4,000 รายเฉพาะในไตรมาสที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวต่อเนื่องนี้เป็นการยืนยันว่า Autonomous Database ตอบสนองความต้องการและสถานการณ์ ของลูกค้าเราได้อย่างถูกเวลาที่มีข้อมูลเกิด และเพิ่มมากขึ้นจนเกือบจะวัดปริมาณไม่ได้ และเป็นเวลาที่ลูกค้า ต้องการแนวทางใหม่ที่จะใช้บริหารจัดการ รักษาความปลอดภัย และนำข้อมูลไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ออราเคิลมีลูกค้าในเอเชียหลายราย ที่ใช้งาน Autonomous Database แล้วสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยง และนำระบบอัตโนมัติไปใช้กับงานหลักขององค์กร เพื่อให้สามารถให้ความสนใจกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถให้กับส่วนงานต่างๆ ขององค์กร เช่น ฝ่ายการเงิน การตลาด และฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถดึงประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ธุรกิจตู้บุญเติม

ปวริศร์ เรืองสุขศิลป์ นักวิเคราะห์ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทฟินเทคขนาดกลาง มีพนักงาน 300 คน ดำเนินธุรกิจตู้บุญเติม กล่าวว่า ธุรกิจของเรามีข้อมูล การทำธุรกรรมประมาณ 2 ล้านรายการในแต่ละวัน จากตู้เติมเงินจำนวนมากกว่า 120,000 เครื่องที่ติดตั้งหน้าร้าน 7-11 ทั่วประเทศ ครอบคลุม 77 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน เพื่อให้บริการด้านต่างๆ ให้กับลูกค้า เช่นเติมเงินโทรศัพท์มือถือและ E-Wallet ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 95-99% และโอนเงินให้บุคคลที่รู้จักและบุคคลในครอบครัว เช่น Kbank กรุงไทย ออมสิน และกรุงศรี

หลังจากที่บริษัทฯ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยข้อมูลที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดการติดขัดในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อทีมงานยังคงพยายามที่จะทำงานด้วยวิธีเดิมแบบเมื่อสมัยที่บริษัทมีตู้เติมเงินเพียง 1,000 ตู้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรม Excel ในการทำงาน จึงเป็นการทำงานที่ใช้เวลามากเกินไป ใช้เวลาสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ (Queries) 2 -3 วันจึงจะเสร็จสมบูรณ์ และต้องใช้คนจำนวนมากในการทำรายงาน ทำให้รายงานต่าง ๆ ออกมาไม่ทันการประชุมของคณะกรรมการ และข้อมูลไม่พร้อมใช้ในการบริหารจัดการงานในแต่ละวัน เพื่อติดตามดูการดำเนินงานของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้ ADW ของ Oracle แล้ว ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส สามารถจัดทำรายงานต่างๆ ได้เร็วขึ้น และก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำรายงานจากการทำแบบ Manual ไปเป็นการใช้ Dashboard ที่แสดงประสิทธิภาพการทำงานแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้บริษัทเห็นสถานะการทำงานของตู้เติมเงินต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพดีหรือเกิดจุดบกพร่องประการใดได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ทั้งยังสามารถควบคุมประสิทธิภาพทางการเงินในภาพรวมได้ดีขึ้น

“การใช้ Oracle Autonomous Data Warehouse ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทำให้สามารถรับรู้และเห็นการทำธุรกรรม และข้อมูลต่างๆ ของเครื่อง เติมเงินของเราทุกแห่งได้แบบเรียลไทม์ จากที่ก่อนหน้านี้ต้องใช้เวลา 2-3 วัน ในการดึงข้อมูล
ผลลัพธ์จากการทดสอบ ADW อีกประการหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ความสามารถในการเพิ่มความเร็วสำหรับงานในรูปแบบต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ การเพิ่มประสิทธิภาพต่ำสุดที่เคยได้รับคือสองเท่าของความเร็วของ DBCS และมากที่สุดที่เคยได้รับคือ 200 เท่า ทั้งนี้ขึ้นกับสถานที่ เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่สูงของ Oracle Database Cloud Service (DBCS) ที่ทางบริษัทฯ เคยใช้อยู่นอกจากนี้ยังไม่ต้องปรับจูนการสืบค้นข้อมูลอีกต่อไป เพราะทำงานด้วยตัวเองทั้งหมด ” ปวริศร์ กล่าว

ปวริศวร์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เลือกใช้ ADW มาแล้ว 8 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา ทำงานเร็วขึ้น 200 เท่าลดลงมาเป็นหลักนาที สามารถดึงข้อมูลเกือบ Realtime มีการใช้ Oracle Analytic Cloud ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงมาที่ Dashboard ของผู้ใช้คือ ฝ่ายการตลาด เช่น แคมเปญแจกทอง ใช้ BI Tools เขียน Code รองรับ สามารถเรียกข้อมูลดูได้

Agent สามารถเข้ามาดูข้อมูลผ่านแอพ สามารถ Log in เรียกดูข้อมูลบน Dashboard ได้ ซึ่งได้รับ Feed Back จาก Line Sticker ค่อนข้างดี ทั้งนี้ Line Sticker มีฐานลูกค้าหลาย 10 ล้านรายทั่วประเทศ สนใจข้อมูลซื้อ Line Sticker ผ่านตู้บุญเติม
อีกทั้งยังสามารถต่อยอดธุรกิจได้ในรูปของธุรกิจ Media Agency บริการโฆษณาบนตู้ ที่สามารถรายงานได้ว่ามีลูกค้าเห็นโฆษณากี่คน

“ในฐานะ Business Developer ข้อมูลสองล้านรายการต่อวัน เข้ามาที่ Server Room ซึ่งจะมีตัว Back up กรณีที่ Server หลักมีปัญหา ทำการซิงค์ข้อมูลบน Cloud โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับ Server เลย การที่เราสามารถรับรู้ได้แบบเรียลไทม์ มีผลอย่างมากต่อการทำรายงานทางการเงินได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ และความสามารถที่ Autonomous Database สามารถทำ Complex Segmentation และทำ Predictive Analytics เองได้ ช่วยทำให้ไม่ต้องกังวลและมุ่งความสนใจไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้มากขึ้น” ปวริศวร์ กล่าว

ปวริศร์ กล่าวว่า ในอนาคตจะมีการใช้อัลกอริทึ่มด้านปัญญาประดิษฐ์ AI มากขึ้น เพื่อดูพฤติกรรมลูกค้า จะได้เลือกส่งข้อมูลให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยเป้าหมายในระยะยาวของเราคือใช้ระบบอัตโนมัติในการทำงานในส่วนงานต่าง ๆ มากขึ้น เนื่องจากได้รับคำขอข้อมูลจากแผนกต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะระบบนี้ช่วยให้พวกเขามีเวลามากขึ้นเพื่อสร้างสรรค์งานได้” ปวริศร์ กล่าว

ด้านบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 ปัจจุบัน พีทีจี เอ็นเนอยี เป็นบริษัทค้าปลีกก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองในตลาด รวมถึงขยายกิจการที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมในไทย ทั้งธุรกิจเชื้อเพลิง ธุรกิจค้าปลีก ก๊าซหุงต้ม อาหารและเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ บริการบำรุงรักษารถยนต์ และพลังงานทดแทน

สัทธา สุภาพ
สัทธา สุภาพ

สัทธา สุภาพ ผู้อำนวยการ ฝ่าย Business Intelligence บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) กล่าวว่า ฝ่าย Business Intelligence เพิ่งตั้งขึ้นไม่ถึง 2 ปี โดยแยกการทำงานออกจากฝ่ายไอที เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ สร้าง Data Base ซึ่งใช้ข้อมูลเป็นหลัก ด้วยการเป็นผู้นำธุรกิจขนาดใหญ่ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล PTG จึงต้องมีการปฏิบัติงานที่รวดเร็วและเท่าทันยุคสมัย เพื่อการดำเนินงานและการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ผ่านแหล่งข้อมูลเดียวที่รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ หนึ่งในความท้าทายหลักที่ PTG เผชิญคือระบบฐานข้อมูลแบบเดิมที่ไม่สามารถรองรับการเติบโตของข้อมูลและประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรที่สูงขึ้น ส่งผลให้การรายงานและการตัดสินใจทางธุรกิจล่าช้าลง

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ใช้เทคโนโลยี Oracle Autonomous Data Warehouse ทำให้พบกับความสามารถ Autonomous ในด้านต่างๆ เช่น การขับเคลื่อนข้อมูลด้วยตนเอง การปรับแต่ง และการซ่อมแซมตนเองนั้น มีความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร นักวิเคราะห์ของ PTG สามารถรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกๆ ธุรกิจของเรา ทั้งในส่วนของลูกค้าและข้อมูลทางธุรกิจได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ สามารถขยาย Console Data จาก Business Unit 1 ไปยัง Business Unit อื่น ๆ ช่วยลดค่าใช้จ่าย
ใช้งานได้อย่างง่ายดาย สะดวกสำหรับทุกที่ทุกเวลา และที่สำคัญที่สุด สามารถรายงานผลได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด จากการใช้ระยะเวลาหลายวันเหลือเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้การรายงานผลทางธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น ช่วยยกระดับและเพิ่มพูนผลประโยชน์ให้กับธุรกิจของ PTG

“ออราเคิลช่วยเราเยอะมาก ทางทีมจากสิงคโปร์ช่วย Implement Dashboard ให้ผู้จัดการร้านนับพันสาขา หากลงทุนซื้อ License จะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เรายังได้นำเทคโนโลยีมาช่วยทำการตลาด Max Card 10 ล้านราย ต้องหา Insideในการส่งข้อมูล ใช้ Fault Detection เป็นโอกาสทางการตลาด รวมทั้งข้อมูล Tracking รถบรรทุกซึ่งเติมน้ำมันวันละ 200-300 ลิตร มีการจัดโปโมชั่นคะแนนแลกทอง เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้คะแนนแลกดูหนัง แมคโดนัลด์ หรือแลกแต้มกับบัตรเครดิต เพื่อให้ข้อมูล Trade กันมากขึ้น” สัทธา กล่าว