“ชัยยศ” ซีอีโอ CPT คนใหม่ ชู 3 กลยุทธ์รุกขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก พร้อมรักษาฐานลูกค้าเดิม


“ชัยยศ” ซีอีโอ CPT คนใหม่ ชู 3 กลยุทธ์รุกขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก พร้อมรักษาฐานลูกค้าเดิม

กรุงเทพฯ : บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT เปิดตัว CEO คนใหม่ “ชัยยศ ปิยะวรรณรัตน์” เพื่อขับเคลื่อน CPT ตามแผนการดำเนินธุรกิจให้บริการระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติ Oil and Gas การก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย และอื่น ๆ ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย รุกเพิ่มคำสั่งซื้อจากฐานลูกคาในมือและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคการผลิตอื่น ๆ มุ่งพัฒนาธุรกิจให้บริการพร้อมคำปรึกษาและซ่อมบำรุงหลังการขาย รวมถึงมองโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตร

ชัยยศ ปิยะวรรณรัตน์

ชัยยศ ปิยะวรรณรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT กล่าวว่า การเข้ามารับตำแหน่ง ซีอีโอ CPT ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการทำงานเพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ผู้นำการให้บริการโซลูชั่นระบบไฟฟ้าและการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม โดยจะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่อยู่ในอุตสาหกรรมด้านระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติที่มีมายาวนานกว่า 31 ปี มาช่วยวางแผนเพื่อผลักดันการเติบโตที่ดีให้แก่ CPT ในช่วงแรกจะเข้ามาสานต่อแผนงานเดิมที่มีนโยบายยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) และนำความต้องการของลูกค้ามาใช้ออกแบบระบบไฟฟ้าและตู้ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อนำบริษัทฯ ก้าวสู่ผู้นำการให้บริการโซลูชั่นระบบไฟฟ้าและการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม

สำหรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรต่อจากนี้ จะดำเนินการภายใต้ 3 กลยุทธ์หลักเพื่อมุ่งสร้างการเติบโตในระยะยาว ได้แก่ 1. การเพิ่มคำสั่งซื้อจากฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้า ในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคการผลิต (Process Industry) ที่มีความต้องการใช้ระบบไฟฟ้าเพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องจักร โดยมีแผนเข้าประมูลรับงานปรับปรุงเครื่องจักรอย่างต่อเนื่องและขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ควบคู่กับกับการรักษาฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำตาล โดยมีเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่วนนี้มากขึ้น ทั้งนี้จะให้บริษัท ซีพีที ลิสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPT ถือหุ้น 100% ให้บริการสนับสนุนวงเงินกู้ยืมแก่กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เพื่อนำไปลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้าแก่อุตสาหกรรมหนัก นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเพิ่มขีดความสามารถขยายช่องทางการตลาด สู่การเป็นซัพพลายเออร์จัดหาแผงควบคุม และรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ตู้ไฟฟ้า ให้แก่บริษัทผู้รับเหมาด้านวิศวกรรมระบบไฟฟ้า 2. เพิ่มศักยภาพธุรกิจการให้บริการ คำปรึกษา และซ่อมบำรุงหลังการขาย ที่ CPT ดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว (Customer Loyalty) ตลอดจนสามารถขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม และ 3. การแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ที่สร้างการเติบโตผ่านแนวทางการศึกษาโอกาสเข้าซื้อกิจการ (M&A) การจับมือพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมลงทุน (Joint Venture) เป็นต้น ดังเช่นกรณีที่ CPT ได้ร่วมมือกับ บริษัท ซีเมนส์ จำกัด ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่ CPT ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น License Partner สามารถผลิตสินค้า กลุ่มตู้ไฟฟ้า และบริการภายใต้ แบรนด์ SIEMENS ซึ่งถือเป็น Strategic Partner กับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำระดับโลก ทำให้ CPT สามารถนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาใช้ต่อยอดสร้างความเข้มแข็งให้แก่การดำเนินงานของ CPT

“การเข้าไปทำธุรกิจในต่างประเทศในอนาคตนั้น มีการวางแผนที่จะเข้าไปดำเนินการอย่างแน่นอนในภูมิภาคอินโดจีน แต่ในขณะนี้ขอโฟกัสการทำงานในประเทศให้มีศักยภาพและตามเป้าแผนการดำเนินงานที่วางไว้ก่อน” ชัยยศ กล่าว

สมศักดิ์ หลิมประเสริฐ

ด้าน สมศักดิ์ หลิมประเสริฐ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำจัด (มหาชน) หรือ CPT กล่าวว่า สำหรับโรงงานแห่งใหม่ของ CPT คาดว่าจะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งจะช่วยเสริมในส่วนของการดำเนินการหาฐานลูกค้าในระดับพรีเมียมในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้ระบบไฟฟ้าที่มีคุณภาพและตู้ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานสูงเข้ามาเพิ่มขึ้น เช่น ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ด้วยกลยุทธ์ที่กล่าวมาจะทำให้ CPT สามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้าเป็น 10% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 15,000 ล้านบาท โดยในขณะนี้มี Backlog แล้วกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี พ.ศ. 2562 นี้ประมาณ 200 ล้านบาท ในส่วนของธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังเร่งดำเนินการภายหลังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เริ่มรับรู้รายได้ในบางธุรกิจ เช่น กลุ่ม Oil and Gas โดยได้งานจากกลุ่ม ปตท. แล้ว 1 งาน และปัจจุบันกำลังประมูลงานใหญ่ของกลุ่ม ปตท. และงานน้ำของการประปานครหลวงมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท

“สำหรับความเสี่ยงที่ CPT ได้รับก็เหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ คือ สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้การลงทุนของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศชะลอตาม แต่ยังมั่นใจว่าผลประกอบการ CPT จะยังเติบโตในทิศทางบวกเทียบเท่าปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา” สมศักดิ์ กล่าว