งานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก 2019 เวทีแสดงสินค้าความงาม – สุขภาพครบวงจรในอาเซียน คาดมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้น 20%


งานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก 2019 เวทีแสดงสินค้าความงาม - สุขภาพครบวงจรในอาเซียน คาดมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้น 20%
ซ้ายไปขวา ชนุพร บุญนิล, จอย โซว , พีรยาพัณณ์ พงษ์สนาม, เกศมณี เลิศกิจจา, ภูริพันธ์ บุนนาค, ธนวัฒน์ เรืองเทพรัชต์ และ อาชวิณ ชวาลารัตน์ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก 2019

กรุงเทพฯ – 20 สิงหาคม 62 : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และอินฟอร์ม่า มาร์เก็ตส์ มั่นใจตลาดเครื่องสำอางความงามและสุขภาพของอาเซียนและกลุ่ม CLMV ยังเติบโตต่อเนื่อง ชี้การสร้างความร่วมมือในภูมิภาคและการทำการตลาดแบบดิจิทัลให้ตรงใจผู้บริโภค ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของดิจิทัล จัดงาน Beyond Beauty ASEAN Bangkok 2019 พร้อมเปิดเวทีเพื่อแสดงสินค้า สร้างเครือข่าย และเจรจาธุรกิจด้านความงามและสุขภาพที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2562 ณ อาคาร 9 – 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เกศมณี เลิศกิจจา

เกศมณี เลิศกิจจา รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดความงามของประเทศไทยถือได้ว่ามีศักยภาพ และเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในภูมิภาคอาเซียน ตลาดเครื่องสำอางไทยทั้งตลาดการส่งออก และตลาดภายในประเทศมีอัตราการเติบโตดี ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้ตลาดเครื่องสำอางไทยยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทำให้กลายเป็นตลาดส่งออกที่มีศักยภาพและเติบโตเร็ว และข้อได้เปรียบของประเทศไทย ในเรื่องสถานที่ตั้งที่เปรียบเสมือประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีแหล่งวัตถุดิบชั้นดี พืชพรรณ สมุนไพร การขนส่งสะดวก และมีการพัฒนาการการผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า งานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก 2019 เป็นเวทีทางธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะตอกย้ำศักยภาพ และความเป็นผู้นำของผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางไทย ส่งเสริมตลาดในภูมิภาค ยังเป็นการเปิดตลาดสำหรับบริษัทนานาชาติที่หวังมุ่งเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง
“การสนับสนุนงาน บียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก 2019 ในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของ TCEB ที่ให้การสนับสนุนงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล โดยส่วนหนึ่งจะนำกลุ่มธุรกิจความงามด้าน Organic ที่กำลังเป็นกระแส และน่าจับตามองมาจัดแสดง ผมจึงมั่นใจว่า งาน บียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก 2019 จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาในแวดวงอุตสาหกรรมความงามที่สามารถต่อยอดส่งเสริมอุตสาหกรรม Natural & Organic ของประเทศไทยได้อย่างมั่นคงต่อไป” จิรุตถ์ กล่าว

คลอเดีย บอนฟลิกลิโอรี ผู้จัดการทั่วไป สายงานแสดงสินค้าความงาม บริษัท อินฟอร์ม่า เอ็กซิบิชั่น กล่าวว่า งานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก ถือเป็นงานมหกรรมสินค้าในตลาดความงามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะช่วยผลักดันการเติบโต ความแข็งแกร่ง และศักยภาพของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาคนี้ ทุกวันนี้มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และในแถบประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนของบริษัทจากประเทศโปแลนด์ ซึ่งในปัจจุบัน อินฟอร์มาได้ดูแลงานอีเว้นท์ด้านความงามถึง 16 งานแสดงในแถบเอเชีย เพื่อเป็นการช่วยสร้างเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้นให้กับแบรนด์ต่างประเทศในการก้าวเข้าสู่ตลาดเอเชีย

พีรยาพัณณ์ พงษ์สนาม ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า งานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 มีการขยายพื้นที่การจัดงาน และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่เพิ่มขึ้นทุกปี แสดงให้เห็นว่าธุรกิจความงามและสุขภาพยังคงเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นการตอกย้ำว่างานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพที่สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าความงามในกลุ่มตลาดอาเซียนและกลุ่มประเทศซี CLMV จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะสร้างความร่วมมือในกลุ่มเพื่อยกระดับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโดยรวม

ชนุพร บุญนิล

ชนุพร บุญนิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ เนเชอรัล บิวตี้ แอนด์ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ “เลอสกิน” กล่าวว่า ใช้เวลาในการสร้างแบรนด์ประมาณ 4-5 ปี กว่าที่แบรนด์จะเป็นที่รู้จัก ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักดี คือ มาส์กหอยทาก รวมทั้งโฟมล้างหน้า

ในปีหนึ่งๆ บริษัทฯ จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นซีรีส์ ประมาณ 5-6 SKU ล่าสุดได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Mask Aloma น้ำมันหมระเหย เป็นรายแรกในไทย ซึ่งมีส่วนผสมของ Natural Ingredient ทำให้ผู้บริโภคได้สดชื่น ผ่อนคลาย เพิ่งวางจำหน่ายในร้าน 7-Eleven เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี

ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงงานที่ลาดกระบัง มีทีมวิจัยและพัฒนา 4 คน และวิศวกร 2 คน และพนักงานฝ่ายผลิตประมาณ 100 คน โดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือนกว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด เช่น ครีมมะพร้าว เป็นต้น ทั้งนี้กระแสด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรง ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จะชูความเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์สุขภาพ

งานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก (BBAB) ครั้งที่ 6 จะจัดขึ้นในวันที่ 19 – 21 กันยายน 2562 ณ อาคาร 9 – 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 500 บริษัท และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานถึง 16,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 20% จากปีที่ผ่านมา จุดเด่นของงานคือการแบ่งโซนตามประเภทธุรกิจเครื่องสำอางเป็น 2 โซน คือ “BBAB Finished Products” สำหรับธุรกิจความงามพร้อมจัดจำหน่าย จะจัดแสดงสินค้ากลุ่มน้ำหอม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาบน้ำ กลุ่มร้านเสริมสวยและสปาแบบมืออาชีพ กลุ่มเส้นผมและเล็บ กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร กลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค และกลุ่มเภสัชโภชนภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จากผู้ประกอบการจีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี โปแลนด์ สิงคโปร์ ไทย และไต้หวัน

ส่วนโซน “BBAB Supply Chain” สำหรับธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง จะรวบรวมกลุ่มผู้ประกอบการซัพพลายเออร์วัตถุดิบและวัสดุ บริษัทรับจ้างผลิต / OEM / ODM เครื่องจักรและอุปกรณ์ และซัพพลายเออร์ไพรเวท เลเบล สำหรับกลุ่มผู้ผลิตและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ ในปี 2562 มีกิจกรรมโซนพิเศษ “Beauty Made in Thailand” พื้นที่สำหรับธุรกิจเครื่องสำอางไทยโดยเฉพาะ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสกับความงามและคุณค่าของความเป็นไทย

ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business matching) ระหว่างนักธุรกิจไทยและต่างประเทศมากกว่า 300 นัดหมาย และการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานด้านเศรฐกิจในประเทศซีแอลเอ็มวี อาทิ สมาคมเครื่องสำอางเมียนมาร์ สมาคมเครื่องสำอางลาว สมาคมน้ำมันหอมระเลยและเครื่องสำอางอโรมาเวียดนาม บริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค ห้างสรรพสินค้า กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง กลุ่มธุรกิจสปาและโรงแรม

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสริมสร้างเทคนิคและติดอาวุธทางปัญญาให้รู้เท่าทันเทรนด์ของโลกที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยงานสัมมนา การประกวด และกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น สัมมนา How Brands Can Personalize the Online-to-Offline Consumer Experience โดยสถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย (inFASH) สัมมนา Environmental Impact of Cosmetic Industry โดยนิตยสาร INNOLAB สัมมนานวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี การกักเก็บเพื่อเพิ่มมูลค่าสารสกัดสมุนไพร โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.Emerging Markets’ Trends in Asia and Neighboring Countries” สัมมนาเพื่อสร้างความรู้และขยายโอกาสการค้าในกลุ่มประเทศ CLMV Semi-Permanent Makeup Competition ศูนย์ให้คำปรึกษาจากภาครัฐเพื่อผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมความงาม Supply Chains Tour สำหรับผู้ซื้อที่สนใจชมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ อาทิ โรงงานผู้ผลิตเครื่องสำอางอเนกประสงค์ (Multi-functional Makeup Products OEM) บรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ (Cost-effective and Multipurpose Packaging) และมาสก์จากสมุนไพรจีน (Chinese Herbal Mask OEM)